เมื่อ เวลา 12.30 น.วันที่ 25 พ.ค. ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ศูนย์ราชการอาคาร ซี จัดแถลงข่าวการประชุมหารือเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณี live สด อนาจาร โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( รอง ผบช.สอท.) และ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( ผบก. ปอท.) และผู้บริหาร ของเมตา เข้าร่วมประชุม

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี กล่าวว่า จากกรณีที่มีการไลฟ์สดอนาจารยาวนานต่อเนื่อง กระทรวงดีอีไม่ได้นิ่งนอนใจและได้บูรณาการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ล่าสุดได้เรียกเมตาเข้ามาชี้แจงซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง โดยทางเมตาระบุว่าระบบเอไอที่ใช้อัลกอริทึม หลุดรอดเนื่องจากผู้ไลฟ์ใช้เทคนิคขั้นสูง มีการนำคอนเทนต์ปกติที่ไม่ผิดนโยบายมาสลับเข้ามาระหว่างไลฟ์สดที่ยาวนานถึง 7-8 ชั่วโมง รวมถึงตัวแสดงมีการสวมหน้ากากเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับใบหน้าของเอไอ แต่ก็ยืนยันว่าเป็นเหตุผลที่ ฟังไม่ขึ้น แพลตฟอร์มระดับโลกต้องมีมาตรการหลังบ้านที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่านี้ โดยได้สั่งการให้เมตาส่งข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานทางเทคนิคทั้งหมดมาให้กระทรวงตรวจสอบภายใน 3-5 วัน ซึ่งทางสำนักงานโกลบอลของเมตารับปากจะเร่งรวบรวมให้ เพื่อใหห้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมาย

“เบื้องต้นตรวจสอบพบระบบไลฟ์สดดังกล่าวมาจาก 5 บัญชีที่เป็น อวตาร ซึ่งขณะนี้ได้สั่งเทคดาวน์ทั้งหมดแล้ว และกำลังตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ว่าทางแพลตฟอร์มมีส่วนรู้เห็น ยินยอม หรือได้รับผลประโยชน์ร่วมตามมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หรือไม่ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีกับตัวแพลตฟอร์มทันที”
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการระยะยาว เหตุการณ์นี้สะท้อนว่ากฎหมายปัจจุบันยังมีช่องโหว่ โดยเฉพาะประกาศกฎกระทรวงภายใต้มาตรา 15 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เดิมที่กำหนดให้สิทธิ์แพลตฟอร์มยกเว้นความผิดหากลบเนื้อหาภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าช้าไปมาก กรอบเวลาดังกล่าวสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง จึงได้สั่งการให้เอ็ตเต้า แก้ไขประกาศกระทรวงใหม่ โดยจะจำแนกประเภทเนื้อหาและบีบระยะเวลาให้สั้นลง โดยเฉพาะเนื้อหาลามกอนาจารและภัยสแกมเมอร์ ต้องเทคดาวน์ให้เสร็จสิ้นภายในไม่เกิน 3 ชั่วโมง นอกจากนี้จะปรับปรุง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ กฎหมายบัญชีม้า ให้ครอบคลุมการในความรับผิดชอบร่วมระหว่างผู้ใช้และแพลตฟอร์มในทุกฐานความผิด พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า การเข้าไปดูไลฟ์สดอาจไม่ผิดกฎหมายไทย แต่หากกดแชร์ต่อในกลุ่มไลน์หรือโซเชียลมีเดีย จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) ทันที มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี และเป็นโทษทางอาญาที่ไม่สามารถยอมความได้ ขอให้ระมัดระวังลิงก์แฝงที่อาจมาในรูปแบบของสแกมเมอร์หลอกดูดเงินจนหมดตัว อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้( 26 พ.ค.) จะมีการหารือร่วมกับผู้บริหารเมตาในเรื่องต่างๆอีกครั้ง

พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ กล่าวว่า ในการตรวจสอบเบื้องต้นบัญชีอวตาร ที่ใช้รูปคนหน้าตาดีมาตั้งโปรไฟล์ โดยในระหว่างไลฟ์สดได้มีการแนบลิงก์แฝง ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็น “เว็บฟิชชิ่ง” (Phishing) หลอกดูดข้อมูลผู้เข้าชม และมีการนำคลิปไปขยายผลหาประโยชน์ต่อในเว็บลามกและแปะโฆษณาพนันออนไลน์ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งแกะรอยล่าตัวตนที่แท้จริง เชื่อว่าหากได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลจากเฟซบุ๊กจะจับกุมได้ไม่ยาก หากต้นทางอยู่ต่างประเทศจะประสานตำรวจสากลต่อไป



