รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 27 ม.ค. มีมติรับทราบและอนุมัติตามที่คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เสนอ โดยเห็นชอบการเปิดตลาดและบริหารการนำเข้าสินค้ากากถั่วเหลือง ที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเพื่อมนุษย์บริโภค และกากถั่วเหลืองที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ (ไม่รวมกากถั่วเหลืองที่นำเข้ามาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์) คราวละ 3ปี (ปี 69-71) ตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก หรือดับบลิวทีโอ ปริมาณ 230,559 ตัน อัตราภาษีในโควตา 10% นอกโควตา 133% และกรอบการค้าอื่น ๆ เช่น เอฟทีเอ โดยกรณีภาษีในโควตาให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.71 และกรณีภาษีนอกโควตาให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้รับทราบตามที่คณะกรรมการเห็นชอบการเปิดตลาดและการบริหารการนำเข้าสินค้าเมล็ดถั่วเหลือง คราวละ 3 ปี (ปี 69 – 71) ตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้ดับบลิวทีโอ ไม่จำกัดปริมาณ อัตราภาษี 0% และกรอบการค้าเอฟทีเอ รวมทั้งจากประเทศนอกความตกลงให้เป็นไปตามข้อผูกพัน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.69 เว้นแต่ ครม.ชุดใหม่จะมีมติเป็นประการอื่น ทั้งนี้ เมื่อมี ครม.ชุดใหม่ ให้คณะกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเรื่องเสนอ ครม.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ ครม. เมื่อวันที่ 20 ต.ค.63 มีมติเปิดตลาดและการบริหารการนำเข้าสินค้ากากถั่วเหลืองที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเพื่อมนุษย์บริโภค และกากถั่วเหลืองที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้ดับบลิวทีโอ และความตกลงเอฟทีเออื่น ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 66 ประกอบกับภายหลังจากที่ ครม.เมื่อวันที่ 29 พ.ย.65 มีมติเปิดตลาดและการบริหารการนำเข้าสินค้าเมล็ดถั่วเหลืองและสินค้าพืชน้ำมันอื่น ภายใต้กรอบดับบลิวทีโอ และกรอบความตกลงเอฟทีเอ ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถนำเข้ากากถั่วเหลืองและเมล็ดถั่วเหลืองมาใช้ในอุตสาหกรรมได้
“ผู้ประกอบการโรงงานซอสและซีอิ้วมีวัตถุดิบกากถั่วเหลืองไม่เพียงพอต่อการใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และเกิดภาวะขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากเมล็ดถั่วเหลือง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง และเต้าหู้ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์ สามารถดำเนินการออกประกาศที่เกี่ยวข้องในการนำเข้าได้โดยต่อเนื่อง และทำให้อุตสาหกรรมที่ใช้เมล็ดถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง และมะพร้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิตมีวัตถุดิบ ป้อนโรงงานได้อย่างสม่ำเสมอ จึงจำเป็นต้องเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการเปิดตลาดและการบริหารการนำเข้าสินค้ากากถั่วเหลืองและเมล็ดถั่วเหลืองดังกล่าวตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้ดับบลิวทีโอ และความตกลงเอฟทีเออื่นต่อไป”



