เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 พร้อมชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ทำการจับกุมตัว นายไวเดือน (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี นายสมเด็จ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี นายธเนศ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี นายศตวรรษ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.เพชรบูรณ์ และ น.ส.กุลธิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สะเรียง

ข้อหา” ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญกรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน”

พล.ต.ท.กฤตธาพล เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 68 มีผู้เสียหายเป็นหญิงสาวนักธุรกิจในเชียงใหม่ ไปชื้อที่ดินที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน แล้วได้ที่ดินไม่ตรงปก มาจึงโพสต์ถามผู้รู้ในโลกออนไลน์ ก่อนที่คนร้ายแก๊งผัวเมีย คือ น.ส.กุลธิดา ซึ่งมีประวัติ 6 คดี และนายศตวรรษ มีประวัติ 5 คดี ตุ๋นพนันกำถั่ว แล้วปรับตัวมาโกงในโลกออนไลน์ ซึ่งมีความรู้ด้านกฎหมายที่ดิน เลยทักแชตทำทีเป็นทนายความชื่อดัง ติดต่อคุยกับผู้เสียหายให้เดินทางมาหา พร้อมจัดทีมมาหาที่เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน พูดคุยหว่านล้อมให้ทำคดีให้ และหลอกผู้เสียหายโอนเงินในรอบสองเดือน 97 ครั้ง เป็นเงิน 15.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าดำเนินการวิ่งเต้นคดี ซึ่งผู้เสียหายได้ขายบ้าน ทรัพย์สิน มาให้ทีมทนายปลอมกลุ่มนี้ พอกลุ่มคนร้ายได้เงินก็บล็อกทุกช่องทางติดต่อไม่ได้ จึงมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ทางตำรวจก็สืบสวนจนออกหมายจับและบุกจับได้ทั้งหมด แต่ในส่วนของ น.ส.กุลธิดา นั้น ถูกจับกุมคดีฉ้อโกง อยู่ในเรือนจำพิษณุโลก

ภายหลังจับกุม เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการอายัดทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม บัตร ATM 1 ใบ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง รถยนต์ 2 คัน รถไถ 1 คัน เครื่องประดับลักษณะคล้ายทอง 12 ชิ้น เอกสารที่เกี่ยวข้องในคดี จากการสอบสวนผู้ต้องหาเจ้าของบัญชีม้าทั้ง 3 คน รับว่า นำบัญชีไปให้กับนายศตวรรษและ น.ส.กุลธิดา ใช้จริง ส่วนนายศตวรรษ ให้การภาคเสธว่าเป็นแฟนและอยู่กับ น.ส.กุลธิดา ตลอด เป็นคนขับรถให้ น.ส.กุลธิดา ตลอด แต่ไม่ทราบว่า น.ส.กุลธิดา ทำอะไร เอาเงินมาจากไหน แค่ไปด้วยเฉยๆ

อย่างไรตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การแจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวทั้งหมดพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป