เรียว่าได้กลายเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งสำหรับเจ้าของฉายา “อิงฟ้ามหาชน” หรือ “อิงฟ้า วราหะ” ที่ล่าสุดปรากฏตัวในงาน “The Viral Hit Award 2025” ชั้น 7 โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ (ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน) ด้วยลุคที่ดูละมุน และเด็กลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเจ้าตัวยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าเพิ่งบินไปทำศัลยกรรมแก้ไขตาที่ประเทศเกาหลีมาสดๆ ร้อนๆ พร้อมทั้งเปิดใจถึงประเด็นร้อนแรงภายในค่ายมิสแกรนด์ระหว่าง “บอสณวัฒน์” และคู่จิ้น “ชาล็อต ออสติน” ด้วย

อิงฟ้า เผยว่า “ก็มีบินลัดฟ้าไปเกาหลีบ้าง ตั้งแต่ทำงานมา 4 ปีเพิ่งจะมีปีนี้ที่เราล็อกไว้ล่วงหน้าเลยปีนึงว่าขอหยุดซัก 2 อาทิตย์ก็จะมีไปทำเล็กๆ น้อยๆ จากสิ่งที่เราแอบกังวลนิดนึงตั้งแต่แรก ไปแก้ไขตามา ตอนนี้เป็นหอยลายแทน (หัวเราะ) จากหอยแครงเป็นหอยลายแทน (ปิดตำนานแล้ว?) คือจริงๆ ไม่อยากปิด คือจริงๆ เราชอบ แต่ว่าความที่ละครแต่ละเรื่องที่เราได้เล่น ต้องร้องไห้เยอะมากๆ ซึ่งมันมีเรื่องสุขภาพตามมาก็คือมันจะชอบอักเสบ ชอบบวม บวมเกินไป เรารู้สึกว่าถึงเวลาที่เราจะต้องแก้ไข ก็เน้นเค้าโครงเดิมแต่ก็บอกคุณหมอว่าขอให้ดูดีขึ้นแต่ก็ยังเป็นอิงฟ้าอยู่ (หลายคนชมว่าดูแบ้วขึ้น ดูเด็กลง?) หนูว่าเราทำงานเยอะด้วย พอเวลาเราไปถึงนู่นแล้ว ก็มีเติมนู่นนี่นั่นเข้าไปให้มันดูสดชื่นขึ้นด้วย แต่นี่ 14 วันเอง เรารู้สึกว่ามันยังไปได้อีกสำหรับการเข้าที่ ก็รอนิดนึง เพราะจริงๆ เวลาทำอะไรมาก็พยายามอัปเดตกับทุกคน เพราะยังไงก็คงดูออกกันอยู่แล้วว่ามีการเปลี่ยนแปลง แต่อาจจะรอให้มันเข้าที่

แต่ว่าจมูกไม่ได้ทำอะไรนะคะ ปากกับจมูกไม่ได้ทำ อาจจะเป็นด้วยเมื่อวานที่ออกงานมีการปรับเรื่องของการแต่งหน้าด้วย เพราะว่าหน้ามันบวม ก็แต่งหน้ากัน 3 ชั่วโมง (มีแพลนเรื่องของจมูกกับปากไหม?) มีค่ะมี ส่วนใหญ่มันจะเรื่องของสุขภาพมากกว่า พอเรามองว่าอีกสัก 2-3 ปีข้างหน้านวัตกรรมต่างๆ มันคงจะดีขึ้น เราอาจจะมีไปปรับเปลี่ยนของเรื่องจมูกอะไรก็ว่ากันไป แต่ว่าตอนนี้เราก็ยังเน้นโหงวเฮ้งนี้ไว้อยู่ (กลัวโหงวเฮ้งจะเปลี่ยนไหม?) ตอนแรกก็คิดแบบนั้น แต่หนูก็ไม่ได้ดูหลักโหงวเฮ้งเลยว่าจะต้องตรงไหนอะไรยังไง เอาที่เราชอบแล้วก็ไว้ใจในสิ่งที่เราเลือก แต่พอเราออกมาจากห้องผ่าตัดก็คือพรีเซนเตอร์การันตีบ้าง เงินเข้าจากทางที่เรารอมานาน ก็เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันก็มีแต่เรื่องดีๆ นะ เช่นวันนี้ที่เราได้รับรางวัล (ก็ถือว่าเฮง?) เฮงๆ รู้สึกดีขึ้น สุดท้ายหนูอยากบอกคนไทยว่าเชื่อมั่นในตัวเองดีที่สุด ไม่ว่าเราจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้าลงทุนกับตัวเองเจ็บตัวไปแล้วเชื่อมั่นกับตัวเองว่ามันจะต้องดี โททัลลุควันนี้พอใจ ก็พอใจเลย เพราะว่ามันก็ไม่ได้ดูเป็นใคร มันเป็นคนใหม่ ก็ยังดูเป็นเราแต่รู้สึกว่าดูดีขึ้น (ปีหน้าจะมีแพลนอีกไหม?) โอ้ พอแล้วค่ะ น่าจะโอเคแล้ว ก็รู้สึกว่าตอนนี้พอเรามีเวลาให้ตัวเองแล้ว เราก็กลับมาทุ่มในเรื่องของงานต่อ เกรงใจกองด้วย เป็นครั้งแรกที่เราขอหยุด 14 วัน นานขนาดนี้“

อิงฟ้า เผยต่อว่า ”เรื่องสัมภาษณ์บอสล่าสุด เรื่องอะไร หลายเรื่องซะด้วย (เรื่องไม่มีชาล็อต ในค่ายก็ไปต่อได้?) ตอบยากเนอะ เพราะว่าสุดท้ายตอบยังไงก็ต้องมีทั้งคนเข้าใจและไม่เข้าใจในคำตอบ เป็นคำถามที่ตอบยาก แต่เอาจริงสุดท้ายก็ภาวนาให้ทุกอย่างมันจบลงด้วยดี ไม่ว่าน้องจะไปต่อหรือว่าน้องไม่ได้ไปต่อ ก็อยากให้จบลงได้ด้วยดี เพราะเราเองเราก็อยากร่วมงานอยากทำงานด้วยในอนาคต ส่วนตัวบอสเองเราก็เชื่อว่าถ้าสุดท้ายเวลาจะช่วยให้รู้เองว่ามันจะต้องมีการปรับมีการเปลี่ยนอะไร ช่วงหลังๆ ยังไม่ได้คุยกับบอสสักเท่าไหร่ เพราะว่าเดี๋ยวจะมีโอกาสได้เจอกัน น่าจะมีโอกาสได้คุยกันต่อหน้ามากกว่า ส่วนตัวน้องเองก็มีได้พิมพ์คุยกันทางแชต ก็มีการโทรไป ก็โทรไปตั้งแต่ตอนที่ทราบเรื่องสตอรี่ แต่ว่าโทรไปก็ไม่ได้คุย เนื่องจากว่าน้องเขาอาจจะติดอะไรหรือเปล่าเพราะเขาไม่ได้รับสาย แต่ว่าก็มีการพิมพ์คุยตอบกลับกันว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าตอนนั้นเราก็ยังอยู่ที่เกาหลี ซึ่งตัวน้องเองเขาเหมือนแจ้งแค่ว่า ดีขึ้นแล้ว อะไรประมาณนี้ แต่ฟ้าเองก็ไม่ได้ลงดีเทลลำดับที่เป็นเป็นอะไร น้องก็ไม่ได้อัปเดตละเอียด ตัวหนูเองก็ยังไม่ได้รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้อยากจี้ด้วย คือคิดว่าถ้าเค้าสะดวกที่จะบอกเราแบบไหนก็คงจะบอกมาแบบนั้น แต่เราแค่ทราบว่าณตอนนี้โอเคก็หายห่วงแล้ว เพราะว่าตอนที่ทราบก็รีบโทรไปเหมือนกัน ซึ่งตอนนั้นเราก็เองก็สะบักสะบอม ยังขยับไม่ได้ แต่ก็เป็นห่วง ไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะมันไม่ส่งผลดีกับใครเลยสำหรับเราไม่ว่าจะทางไหน”

ส่วนแฟนๆ เป็นห่วงว่าจะปิดตำนาน “อิงล็อต” ไหม มันก็ไม่มีใครปิดได้หรอก สุดท้ายมันอยู่ที่ว่าความสัมพันธ์ของเรามันเป็นมายังไงมันก็ยังเป็นคงเป็นไปแบบนั้น มันก็มีแต่ความหวังดี ตัวฟ้าเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตัวน้องเขาด้วย ก็ยังส่งกำลังใจให้ แล้วก็หวังว่าทุกอย่างมันจะดี ที่ดีในที่นี้มันคือไม่ได้ดีกับแค่ทางบอสอย่างเดียว แต่ดีสำหรับตรงกลางที่มันจะออกมาแล้วรู้สึกว่าไม่ลำบากใจ ไม่อึดอัดใจ เพราะเราเองก็เป็นคนกลางด้วย ที่หลายคนมองที่น้องป่วยจนแอดมิดเป็นเพราะว่าบอส คือหนูไม่รู้ว่ารายละเอียดว่าเขาได้มีการคุยกันหลังบ้านหรือยัง เพราะว่าส่วนตัวก็ยังไม่ได้คุยกับทางบอสโดยตรงว่าเรื่องนี้เป็นยังไง ก็ตั้งแต่เกิดเรื่องที่วันเกิด ผ่านมาประมาณเดือนนึง ตัวฟ้าเองก็ไม่ได้อยากถาม ไม่ได้อยากไปรื้อแล้ว ในพาร์ทนี้ยังไม่มีการอัปเดตใดๆ ทราบแค่ว่าตั้งแต่เกิดเรื่องน้องเข้าโรงพยาบาล แล้วเราก็ทักไป แล้วก็ตอบกลับมาว่าไว้เดี๋ยวนัดทานข้าวกันนะ ไว้เจอไว้ค่อยอัปเดตกันก็ได้ ส่วนตัวฟ้าคิดว่าน่าจะดีกว่าการพิมพ์ เราก็เป็นกำลังใจให้กับทั้งสองคน เพราะเราอยู่ตรงกลาง มันก็พูดยากจริงๆ พอเราตอบว่าเราเข้าใจฝั่งนี้ ฝั่งนี้ก็จะ แล้วฝั่งนี้ก็จะอะไรแบบนี้ แต่ก็อยากให้มันจบลงได้ด้วยดี แล้วก็ถ้าน้องจะหมดสัญญาจริงๆ ก็อยากให้น้องไปในเส้นทางที่ดี เราก็เป็นกำลังใจให้ ก็ยังยืนยันคำเดิมตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ งานของน้องตอนนี้คือหยุดไปก่อนไหม อันนี้ไม่รู้เลย อันนี้ไม่ทราบเลยจริงๆ ส่วนเรื่องสัญญาจริงๆ มันก็นานอยู่นะ มัน 2 ปี คนอาจจะเข้าใจว่าจะแล้ว แต่สำหรับฟ้า 2 ปีมันนานอยู่นะ น้อง 2 ปี เราก็ 2 ปี ซึ่งถ้าเรามองกันจริงๆ มันก็นานนะ ก็นานอยู่ ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน เพราะฉะนั้นถ้ามันจะต้องโฮลความรู้สึกแบบนี้ไปตลอด มันไม่ส่งผลดีกับใครเลยแน่นอน (ยังมีเวลาไตร่ตรอง?) ทั้งสองฝ่ายแหละ จริงๆ เชื่อว่าคนจะรู้เองว่าใครจะต้องปรับอะไร”






