เมื่อวันที่ 29 ม.ค. เวลา 09.10 น. ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แนะนำนายกฯ ให้แจ้งกระทรวงสาธารณสุขระงับเรื่องการปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ออกจากราชการเอาไว้ก่อน เพราะจะมีผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจาก นพ.สุภัทร ลงผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคประชาชน ในช่วงการเลือกตั้ง ว่า ตนไม่ได้รับรู้รับทราบเรื่องพวกนี้ ตนออกจากกระทรวงสาธารณสุข มาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ ตนได้พบนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา จึงสอบถาม ทำให้ได้รับคำตอบว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีเรื่องการเมือง

เมื่อถามว่านายปริญญาบอกว่าให้นายกฯ ถอยเรื่องดังกล่าว นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้นายปริญญาเป็นอาจารย์ น่าจะทราบและมีความรู้ทางด้านกฎหมายดีว่าตรงไหนที่ฝ่ายการเมืองทำได้ ตรงไหนทำไม่ได้ ตอนนี้เราเป็นรัฐบาลยิ่งไปเกี่ยวข้องอะไรไม่ได้ และที่ผ่านมาไม่เคยข้องแวะข้องเกี่ยวหรือไม่ได้ไปสั่งการใดๆ ในเรื่องของงานประจำที่ไม่ใช่นโยบาย จะให้ปลดข้าราชการจำเพาะเจาะจงแบบนี้ไม่ได้ และผิดอยู่แล้ว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นโยบายที่บอกว่าให้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ หรือประชาชนทั่วไป เป็นนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล ตนจึงใช้คำว่า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” และอย่าลืมว่าตนดำเนินแนวทางนี้มาตลอด จึงสามารถดำเนินคดีกับทุกคนที่ทำผิดกฎหมายได้ ซึ่งล่าสุดมีการจับกุมระดับผู้บริหารระดับสูงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ไปมีส่วนร่วมกับการขุดบิตคอยน์ ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เมื่อมีรายงานมาตนก็รับทราบ ส่วนใครผิดหรือถูก ก็ดำเนินการเต็มที่

เมื่อถามว่านายกฯ ไม่ห่วงว่าจะทำให้คะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทย ลดลงใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย จะไปห่วงได้อย่างไร แต่เป็นความพยายามที่จะนำไปเกี่ยวโยงมากกว่า คนที่นำไปเกี่ยวโยง คือคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพรรคภูมิใจไทย ตนยืนยันว่าไม่เกี่ยวเลย พรรคภูมิใจไทยไม่ได้คุมกระทรวงสาธารณสุขมา 2 ปีกว่าแล้ว เพิ่งเข้าไปแค่ 3 เดือน จะว่าไปแล้วการสืบสวนสอบสวนข้าราชการที่กระทำผิดอะไร จะต้องเป็นการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กว่าจะเข้าออกได้ต้องดูว่าเกิดขึ้นสมัยไหน ไม่ใช่ทำได้ภายใน 3-4 เดือน แล้วอยู่ดีๆ จะมาบอกว่ามีคนไปสั่งห้ามไม่ให้เข้า แล้วเราจะไปรู้ได้อย่างไร

นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเอามานับญาติหรือข้องแวะอะไรกับตนเลย ออกจากกระทรวงมา 3 เดือน ถามปลัดกระทรวง ถามอธิบดีได้ ว่าเคยเห็นหน้าตนหรือไม่ เคยต้องมารายงานหรือมาติดต่ออะไรกับด้วยหรือไม่ ไม่มีเลย แล้วพอกลับมาอีกครั้ง 3 เดือนหลังจากนั้น ก็มาทำหน้าที่ รมว.มหาดไทย ย้ำว่าตนมืออาชีพอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง