เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ลานกินซ่า รังสิต นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมาเปิดโปงผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ว่า ในเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครที่ จ.แพร่ ได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายแล้วว่าไม่มีการส่งผลอะไรที่จะขัดต่อคุณสมบัติการลงสมัคร สส. ตนไม่ขอขยายความเพิ่ม แต่อยากจะฝากถึงนายชูวิทย์ว่ามีข้อมูลอะไรก็เปิดเลย อย่ามาพูดรายวันแบบนี้ ที่ผ่านมาพรรคประชาชนเราแสดงออกโดยตลอด ว่าถ้าเจอข้อมูลข้อเท็จจริงเราพร้อมจัดการทันที เพราะฉะนั้นไม่ได้คิดว่ามีผลกระทบอะไรต่อการหาเสียง

เมื่อถามว่ามีโอกาสจะฟ้องกลับหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็รอข้อมูลที่เขาเปิด ตอนนี้ยังไม่เปิดข้อมูล 

เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายมีกระแสเรื่องกระสุนการเมือง มีข่าวจากผู้ว่าแบงก์ชาติเกี่ยวกับการถอนเงิน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากผลการสำรวจการเลือกตั้งครั้งนี้ เราพบว่ามีจำนวนยอดเงินในการเอาไปซื้อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ถ้าลองคำนวณออกมา คูณต่อจำนวนเขต 400 เขตพบว่าเงินแค่หลักหมื่นล้านบาท สามารถซื้อประเทศได้แล้ว

“เราเห็นว่าในเรื่องของทุนเทาจริงๆ โอ้โฮ น่าจะเป็นหลักหลายแสนล้านทั่วโลก ไม่รู้มูลค่าความเสียหายเท่าไรที่ไหลทะลักเข้ามาสู่ในประเทศไทยในปัจจุบันด้วย แล้วเราก็รู้ว่าเงินทุนเทาตอนนี้มีส่วนที่จะพัวพันกับการเมืองไทย เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่น่ากังวล ถ้าคนไทยทุกคนไม่อยากเห็นสีเทาเข้ามาครอบครอง ยึดประเทศ โดยเฉพาะเข้ามายึดกุมรัฐสภา ที่เป็นศูนย์รวมอำนาจของประชาชน ครั้งนี้อย่ากาให้กับคนที่มาซื้อเสียงในหมู่บ้าน ในชุมชนของคุณ แล้วถ้าอยากได้การเมืองที่ดีกว่าก็เลือกพรรคประชาชน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ส่วนโค้งสุดท้ายมีความกังวลเรื่องชายแดนจะปะทุขึ้นมาอีกรอบหรือไม่  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญตอนนี้อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เราไม่สามารถบอกได้ว่าเหตุปะทะจะเกิดขึ้นเมื่อใด ตนเชื่อว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นจุดเริ่มต้นก่อนอยู่แล้ว อยู่ที่ฝั่งกัมพูชา เพราะฉะนั้นวิธีในการเตรียมความพร้อม เพื่อให้การเลือกตั้งไม่สะดุดก็คือ กกต. ถึงแม้จะมีความขัดแย้งต้องอพยพไปที่ศูนย์อพยพ  แต่ กกต. สามารถจัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมที่ศูนย์อพยพได้ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  ดังนั้นถ้าสิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ก่อนจะถึงวันที่มีเหตุขัดแย้งเพิ่มขึ้น คือการที่ กกต.ต้องเตรียมตัวอย่างดีที่สุด

เมื่อถามว่าอีกฝั่งจะปลุกกระแสชาตินิยมหรือไม่เรื่องกระแสชาตินิยม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าประชาชนที่ติดตามการดีเบตมาทุกเวที ได้เห็นจุดยืนมาแต่ละพรรค คงไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบอะไรในภาพรวมในเรื่องคะแนนความนิยมหรือจุดยืนทางการเมือง แต่สิ่งที่ตนกังวลมากกว่าช่วงเวลาไม่ถึง 10 วันที่เหลือ คือการเลือกตั้งจัดดำเนินการได้อย่างราบรื่นหรือไม่ ถ้า กกต.เตรียมการตั้งแต่วันนี้ สามารถทำได้

เมื่อถามว่าอีกฝั่งหนึ่งใช้แคมเปญ ไม่เลือกเราเขามาแน่ นายณัฐพงษ์ ย้อนทันทีว่า ถ้าไม่เลือกเรา ไม่เลือกพรรคประชาชน เทามาแน่นอน