“ทีมข่าวอาชญากรรม”ผ่ารูปแบบองค์กรอาชญากรรมนี้ กับ น.ส.อารีภักดิ์  เงินบำรุง  รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ยอมรับการขายและการเข้าหากลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่ใช้สติกเกอร์ QR Code ไปแปะตามเสาไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวและกทม.ตอนใน  จากปฏิบัติการตรวจค้นจับกุม ป.ป.ส.วิเคราะห์องค์กรอาชญากรรมลักษณะดังกล่าวว่า  เป็นการหยิบยกเทคโนโลยีมาใช้อำพรางสายตาเจ้าหน้าที่

แม้ที่ผ่านมาจะมีการทำงานร่วมกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบและศึกษาวิธีการของขบวนการค้ายาเสพติดในโลกออนไลน์ ซึ่งมักเป็นการใช้สัญลักษณ์“อักขระ”พิเศษ หรือใช้อิโมจิ ไม่มีการโพสต์ข้อความสื่อโดยตรงว่าขายยาเสพติด แต่เมื่อพบวิธีการเช่นนี้ก็ประสานเเพลตฟอร์มช่วยคัดกรอง และสามารถขยายผลจับกุมได้

อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ก็ต้องพัฒนาการหลบเลี่ยงจากเจ้าหน้าที่  จึงหลีกไปใช้ QR Code แปะตามเสาไฟฟ้าแทน ซึ่งประเภทของ QR Code มี 2 แบบ ได้แก่

1.กลุ่มปิด  เพื่อทำปาร์ตี้ เมื่อสแกนเข้าไป ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าร่วมปาร์ตี้ยาเสพติด หรือปาร์ตี้แอลกอฮอล์ ส่วนใหญ่พบเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ  อย่างเคสหลังๆที่พบก็มีทั้งชาวรัสเซียและจีน  ลักษณะเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อพำนักตั้งรกรากถิ่นฐาน  ประกอบกิจการในไทย  มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดเขตเศรษฐกิจท่องเที่ยว และบางส่วนก็เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทย

2.กลุ่มปิด  เพื่อจำหน่ายยาเสพติดโดยเฉพาะ เมื่อสแกน QR Code เข้าไปจะเชื่อมถึงแอปพลิเคชั่น Telegram ซึ่งเป็นแอปฯค่อนข้างปกปิดความเป็นส่วนตัวสูง  จากนั้นจะมีการพูดคุยและโอนจ่ายด้วยเหรียญดิจิทัล หรือบิตคอยน์ กลุ่มนี้จะทำงานแบบแบ่งหน้าที่กัน   และ“คัตเอาท์”เป็นทอด  ไม่ให้ขยายผลเจอ“ตัวการ”สำคัญ  และแต่ละคนจะไม่มีโอกาสได้เจอกัน  

ดังนั้น ถือเป็นความท้าทายที่ต้องเจาะขบวนการนี้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการสืบสวนผ่านเส้นทางการเงิน ต้องติดตามผ่านเหรียญดิจิทัลว่ากระจายไปยังบุคคลใดบ้าง  การจับกุมเบื้องต้นก็เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงไปก่อน นั่นคือจับมือรับจ้างแปะ QR Code ตามเสาไฟฟ้า

“การสอบปากคำพบว่าถูกหลอกมาให้แปะ QR Code ด้วยค่าจ้างแผ่นละ 1 ดอลล่าร์ เพราะถูกอ้างว่า QR Code ดังกล่าวมีไว้ให้ชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวได้สแกน เพื่อเข้าร่วมปาร์ตี้ ดื่มสังสรรค์ทั่วไป และมีคนไทยรับหน้าที่ช่วยหาสถานที่ เราจึงต้องใช้การให้ปากคำต่าง ๆ เหล่านี้ไปขยายผลหาตัวการต่อไป”

สำหรับป.ป.ส.เริ่มสืบสวนสอบสวนเชิงลึกและพบเครือข่ายดังกล่าว  มีความเคลื่อนไหวห้วงเดือนส.ค.68 ในพื้นที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  กลุ่มที่จัดทำสติกเกอร์  คือ เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดชาวรัสเซียที่มีลักษณะกระทำความผิดโดยการติดสติกเกอร์สแกนสั่งซื้อผ่าน Telegram ที่มีรูปแบบกระทำความผิดเช่นเดียวกัน จึงเชื่อว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งหมด 

กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขั้นตอนสั่งซื้อเริ่มจากการให้ผู้สั่งสแกน QR Code ที่นำไปติดไว้ตามจุดต่าง ๆ จากนั้นระบบจะนำเข้าสู่เว็บไซต์ หรือห้องแชตของ Telegram โดยตรง ซึ่งจะมี AI BOT ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการซื้อขายตลอด 24 ชม.

ผู้ซื้อสามารถระบุตำแหน่งที่ตั้ง ที่ต้องการให้จัดส่งยาเสพติดได้ เช่น จังหวัดและเขตพื้นที่ หรือเลือกประเภทและปริมาณ และเลือกสกุลเงินดิจิทัลที่จะจ่ายเป็นค่ายาเสพติด  ระบบจะคำนวณราคาตามปริมาณที่สั่งซื้อให้โดยอัตโนมัติ เช่น

ไอซ์ 1 กรัม ราคา 55 USD หรือประมาณ 1,700 บาทไทย , เมฟิโดรน 1 กรัม ราคา 38-43 USD หรือประมาณ 1,200 บาทไทย , MDMA 1 กรัม ราคา 40 USD หรือประมาณ 1,300 บาทไทย , โคเคน 1 กรัม ราคา 70-80 USD หรือประมาณ 2,200-2,500 บาทไทย

ยาเสพติดดังกล่าวสามารถจ่ายได้ผ่านสกุลเงินดิจิทัล ทั้งบิตคอยน์ USTD หรือ ETH เป็นต้น โดยเมื่อเลือกสกุลเงินแล้ว AI BOT จะส่งที่อยู่กระเป๋าดิจิทัล(Wallet Address) ซึ่งระบบสามารถตรวจสอบยอดเงินเข้าแบบเรียลไทม์ และอนุมัติการทำธุรกรรมทันที ไม่จำเป็นต้องใช้สลิปโอน และการส่งยาเสพติด  ในส่วนผู้ทำหน้าที่ส่งจะนำไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ

จากนั้นส่งพิกัดและรูปถ่ายไปยังผู้ดูแลระบบ  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบส่งข้อมูลให้แก่ผู้ซื้อไปรับตามสถานที่แจ้ง โดยห้วงปี 68 พบเครือข่ายดังกล่าวถูกจับกุม 5 ราย เป็นชาวรัสเซีย 4 ราย ทำหน้าที่ติดสติกเกอร์ ส่วนชาวจีนอีกราย  เป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อไปให้นักท่องเที่ยวรายย่อยอีกทอด 

“ขอให้ระวังรูปแบบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเรื่องยาเสพติด เช่น หากมีบุคคลไม่ว่าแปลกหน้า หรือรู้จักอยู่แล้ว มาขอฝากส่งของ หรือฝากถือของไปให้บุคคลที่สาม เพราะเห็นว่ากำลังเดินทาง ขอให้ตระหนักว่า“เราต้องรู้”ว่าสิ่งของข้างในคืออะไร อย่ารับฝากของ  ถือของให้ใคร เพื่อระวังตัวเองว่าไม่ได้สนับสนุนหรือสมคบในการกระทำนั้น ๆ”

ทั้งนี้ หากมีใครมาจ้างนำ QR Code ไปแปะตามสถานที่สาธารณะก็ขอให้สอบถามให้ชัดเจนว่า QR CODE จะเชื่อมโยงไปยังลิงก์หรือเว็บไซต์เเพลตฟอร์มประเภทใด หรืออาจลองสแกนดูเบื้องต้น หากพบความผิดปกติ ให้ปฏิเสธทันที และแจ้งเบาะแส.

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน