สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่านายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงสถานการณ์ในคิวบาว่า จีนสนับสนุนคิวบาในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ รวมถึงคัดค้านการแทรกแซงจากภายนอก พร้อมเสริมว่า จีนยืนหยัดต่อต้าน “การกระทำทุกรูปแบบ” ที่พยายามลิดรอนสิทธิของชาวคิวบา

ปฏิกิริยาดังกล่าวของจีนเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร มีเนื้อหาสำคัญว่า อาจมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม กับสินค้าข้ามชาติที่เป็นผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ซึ่งมีการขายหรือจัดหาน้ำมันให้แก่คิวบา “ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม”


คำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) โดยระบุว่า รัฐบาลคิวบาถือเป็น “ภัยคุกคามที่ผิดปกติและร้ายแรง” ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เนื่องจากเป็นระบอบการปกครองซึ่งฝักใฝ่ และให้การสนับสนุนประเทศที่เป็นศัตรูหลายแห่ง รวมถึงกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ และ “กลุ่มอิทธิพลมืด” ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐ ซึ่งรวมถึงรัสเซีย จีน และอิหร่าน ตลอดจนกลุ่มติดอาวุธ อาทิ ฮามาส และฮิซบอลเลาะห์


อย่างไรก็ตาม คำสั่งระบุด้วยว่า “ประธานาธิบดีอาจพิจารณาแก้ไขคำสั่งนี้ หากคิวบาหรือประเทศที่ได้รับผลกระทบดำเนินการในขั้นตอนสำคัญเพื่อลดภัยคุกคาม หรือปรับนโยบายให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ”


อนึ่ง สหรัฐใช้มาตรการปิดล้อมฝ่ายเดียวต่อคิวบา ตั้งแต่ปี 2505 อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คิวบาได้รับความสนับสนุนด้านน้ำมันจากเวเนซุเอลา แต่นับตั้งแต่ทรัมป์ส่งหน่วยรบพิเศษไปจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถึงในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐเข้ามาควบคุมภาคส่วนน้ำมันของเวเนซุเอลา และยุติการส่งน้ำมันไปยังคิวบา หากรัฐบาลฮาวานา “ไม่ยอมทำข้อตกลง”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES