วานนี้ (5 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคดีสุดสยอง เมื่อหญิงวัย 32 ปีรายหนึ่ง เดินทางเข้าพบตำรวจที่สถานีตำรวจในเมืองวายออง ทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อแจ้งความ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้รุดเข้าตรวจสอบสวัสดิภาพความเป็นอยู่ภายในบ้านเช่าของเธอ และต้องตกตะลึงเมื่อพบศพเด็กชายวัย 4 ขวบ นอนเสียชีวิตในสภาพที่แขนมีบาดแผลฉกรรจ์รุนแรง
รายงานข่าวระบุว่าสภาพที่เกิดเหตุนั้นสยดสยองและสะเทือนใจอย่างมาก จนเจ้าหน้าที่ชุดแรกที่เข้าไปถึงจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดและเยียวยาสภาพจิตใจในทันที ขณะที่ผลการสืบสวนเบื้องต้นคาดว่าเด็กน้อยอาจเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน
ผู้บังคับการตำรวจแชด กิลลีส์ จากสถานีประจำเขตทักเกอราห์ เลกส์ เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นภาพที่สะเทือนใจอย่างยิ่งแม้กระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานรถพยาบาลที่มีประสบการณ์สูงสุด โดยตำรวจตัดสินใจตั้งปมสืบสวนในประเด็นความเป็นไปได้เรื่องการกินเนื้อมนุษย์ (Cannibalism) หลังจากที่ได้สอบถามและพูดคุยกับผู้เป็นแม่ ซึ่งล่าสุดเธอถูกจับกุมตัวและถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม รวมถึงการใช้ความรุนแรงในครอบครัวแล้ว
นอกจากนี้ เธอยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวหลังจากไม่ยอมมาปรากฏตัวที่ศาล และมีกำหนดต้องขึ้นศาลเมืองวายอองอีกครั้งในวันที่ 1 กันยายน ทั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยชื่อหรือตัวตนของแม่ลูกคู่นี้ต่อสาธารณชนตามกฎหมายของรัฐนิวเซาท์เวลส์
คดีดังกล่าวสร้างความตกตะลึงให้กับเมืองชายฝั่งอันเงียบสงบอย่างวายอองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเพื่อนบ้านต่างระบุว่าเด็กชายที่เสียชีวิตเป็นเด็กที่ร่าเริงและมีพลังงานล้นเหลือ พวกกเขามักจะเห็นเด็กชายออกมาเดินเล่นกับสุนัขอยู่บ่อยๆ และไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติใดๆ เลย
เพื่อนบ้านอีกรายระบุว่า สองแม่ลูกเพิ่งจะย้ายมาเช่าบ้านหลังนี้เมื่อช่วงต้นปีหลังจากมีรายงานเรื่องการใช้ความรุนแรงในครอบครัวระหว่างผู้เป็นแม่กับอดีตคนรัก สุดท้ายกลับเกิดเหตุสลดใจในครั้งนี้
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : YouTube / 9 News Australia



