วันที่ 30 ม.ค. น.ส.พิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกรณี ธปท. ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หลังพบข้อมูลเหรียญสเตเบิลคอยน์ USDT อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินทุนสีเทาหรือไม่ ล่าสุด ก.ล.ต. ได้ส่งข้อมูลมาให้ ธปท. แล้ว โดยจะนำข้อมูลยูเอสดีที เอาข้อมูลมาเชื่อมโยงดูว่ามีอะไรที่แสดงความผิดปกติหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

รายงานข่าวจาก ธปท. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ได้ระบุว่า ธปท. ประสานขอข้อมูลยูเอสดีที จาก ก.ล.ต. มาวิเคราะห์เส้นทางการเงิน หลังจากพบปริมาณธุรกรรมผิดธรรมชาติ ปัจจุบัน 52% ของปริมาณการซื้อขายคริปโตฯ ทั้งหมดในประเทศไทยคือ เหรียญ USDT โดยปกตินักลงทุนจะเข้ามาเก็งกำไรในเหรียญที่มีความผันผวนสูงอย่างบิตคอยน์ แต่ USDT เป็นเหรียญที่มีมูลค่าคงที่ การที่มีวอลลุ่มการซื้อขายสูงเกินครึ่งหนึ่งของตลาด จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเยอะ และผิดวิสัยของการลงทุนปกติ

นอกจากนี้พบข้อมูลที่น่าแปลกใจ คือ 40% ของผู้ที่เข้ามาซื้อขาย USDT ในแพลตฟอร์มซื้อขายของไทยเป็นชาวต่างชาติ และตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติกลุ่มนี้ขัดแย้งกับตรรกะทางธุรกิจปกติ และได้ตั้งข้อสังเกต ถ้าท่านเป็นคนสิงคโปร์ ท่านจะเอายูเอสดีที แบกมาขายในแอปฯ ไทยหรือเปล่า ถ้าท่านอยากได้ USDT ท่านเป็นคนฮ่องกง ทำไมท่านไม่ซื้อที่ฮ่องกงหรือสิงคโปร์ 

อย่างไรก็ตาม นายวิทัย ยังได้บอกว่า การที่ชาวต่างชาติเลือกที่จะนำ USDT มาขายเพื่อแลกเป็นเงินบาท หรือนำเงินบาทมาซื้อ USDT แล้วโอนออกไปผ่านกระดานเทรดไทย แทนที่จะทำในศูนย์กลางทางการเงินอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง สะท้อนให้เห็นว่า นี่อาจเป็นธุรกรรมที่ต้องการหลีกเลี่ยงระบบการโอนเงินระหว่างประเทศแบบปกติหรือไม่