สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่แถลงการณ์ของนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น มีเนื้อหาระบุอย่างตรงไปตรงมา ว่ายูเอ็นกำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินเรื้อรัง เนื่องจากประเทศสมาชิกบางแห่งไม่ยอมจ่ายเงินสมทบภาคบังคับให้ครบถ้วน ขณะที่บางประเทศยังคงจ่ายไม่ตรงเวลา ส่งผลให้ยูเอ็นต้องระงับการจ้างงานและลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง


กูเตร์เรสกล่าวว่า “ไม่ว่าประเทศสมาชิกทุกแห่งจะปฏิบัติตามพันธกรณีในการจ่ายเงินให้ครบและตรงเวลา หรือไม่สมาชิกก็ต้องยกเครื่องกฎระเบียบทางการเงินยูเอ็นใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันการล่มสลายทางการเงินที่จวนจะมาถึง”


ปัจจุบันแม้มีสมาชิกยูเอ็นมากกว่า 150 ประเทศ ที่ชำระค่าบำรุงแล้ว อย่างไรก็ตาม ยูเอ็นปิดฉากปี 2568 ด้วยหนี้ค้างชำระจากสมาชิกสูงถึง 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 50,496 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่ายอดค้างชำระของปี 2567 ถึงสองเท่า


นอกจากนี้ ยูเอ็นยังต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนขึ้น เมื่อต้องคืนเงินงบประมาณที่ไม่ได้ใช้ให้กับประเทศสมาชิกด้วย ซึ่งหากยอดการจัดเก็บไม่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ยูเอ็นจะไม่สามารถดำเนินโครงการตามงบประมาณปี 2569 ที่อนุมัติไปเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้วได้ และที่แย่กว่านั้นคือ หากประเมินจากสถิติในอดีต เงินสดสำรองอาจจะหมดเกลี้ยงภายในเดือน ก.ค. นี้


ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดการสนับสนุนงบประมาณแก่หน่วยงานต่าง ๆ ของยูเอ็น รวมถึงปฏิเสธหรือประวิงเวลาการจ่ายเงินสมทบภาคบังคับบางส่วน ขณะที่ทรัมป์มักตั้งคำถามถึงความสำคัญของยูเอ็นบ่อยครั้ง


อีกทั้งเมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. ปีนี้ ทรัมป์เปิดตัว “คณะกรรมการสันติภาพ” หรือบอร์ดสันติภาพ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า จะเป็นกลไกที่ทับซ้อน หรือลดความสำคัญของยูเอ็น.

เครดิตภาพ : REUTERS