สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า คณะกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยกิจการจีนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ออกแถลงการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์ของเอ็นวิเดียถูกนำไปใช้โดยดีปซีค และสุดท้ายก็จะถูกนำไปสนับสนุนโมเดลเอไอ ที่ใช้โดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ)
อย่างไรก็ดี โฆษกของเอ็นวิเดียโต้กลับข้อกล่าวหานี้ ว่าจีนมีชิปที่ผลิตในประเทศ มากเกินพอสำหรับการใช้งานทางทหารทั้งหมด และยังมีเหลืออีกหลายล้านชิ้น พร้อมย้ำว่า “ไม่สมเหตุสมผล” ที่พีแอลเอจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของอเมริกา
บริษัทเสริมว่า บรรดานักวิจารณ์รัฐบาลกำลังส่งเสริม “ผลประโยชน์ของคู่แข่งต่างชาติ” โดยไม่ตั้งใจ
When @nvidia technology ends up powering China's military, that’s not innovation; it's a security failure.
— Select Committee on China (@ChinaSelect) January 29, 2026
Our letter to @CommerceGov Sec. @howardlutnick makes clear there’s no such thing as a “purely civilian” AI company in China. NVIDIA's products were used by @deepseek_ai and… pic.twitter.com/uPzkurRmoa
เอกสารจากคณะกรรมาธิการร่วม 2 พรรคการเมือง จำนวน 23 คน รวมถึงสำเนาจดหมายที่ส่งถึงนายโฮวาร์ด ลุตนิก รมว.พาณิชย์สหรัฐ ระบุว่า เอ็นวิเดียให้การสนับสนุนทางเทคนิคอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะทำให้ดีปซีคสามารถบรรลุความสามารถด้านเอไอที่ล้ำหน้าได้
ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการร่วมชุดนี้มองว่า เอ็นวิเดียปฏิบัติต่อดีปซีคในฐานะพันธมิตรทางการค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสมควรได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคตามมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ดีปซีคส่งข้อมูลของชาวอเมริกันไปยังรัฐบาลจีน ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับบริษัททางทหารของจีน
นอกจากนี้ เอกสารยังระบุถึงรายงานของมูลนิธิเจมส์ทาวน์ เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งอ้างอิงเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างของพีแอลเอ เพื่อสรุปว่า กองทัพจีนกำลังใช้ระบบเอไอที่พัฒนาขึ้นเองภายในประเทศ รวมถึงดีปซีค และวางแผนที่จะบูรณาการระบบดังกล่าวเข้ากับการปฏิบัติการต่าง ๆ.
เครดิตภาพ : AFP



