เมื่อวันที่ 31 ม.ค. น.ส.กัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ พร้อมด้วยกำลังทหารนาวิกโยธิน 182 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้เดินทางไปยังด่านบ้านจามเยี่ยม จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา เพื่อรับตัว 32 คนไทยเดินทางกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด หลังการได้รับการประสานงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ เพื่ออำนวยความสะดวกตามหลักมนุษยธรรม โดยจากการตรวจคัดกรองเบื้องต้น พบว่า ทุกคนร่างกายปกติดี แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการแยกตัวบุคคลที่มีหมายจับจำนวน 6 ราย เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบถาม นายเอ (นามสมมุติ) เหยื่อชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่หลบหนีออกมาได้ เปิดเผยว่า ถูกหลอกมาทำงานแอดมินในจังหวัดสระแก้ว ก่อนถูกส่งตัวต่อไปยังเมืองบาเวตและสวายเรียง จนกระทั่งถูกส่งกลับมาที่ปอยเปตเพื่อบังคับให้หลอกลวงคนไทยด้วยกัน โดยสภาพความเป็นอยู่ภายในอาคารกักตัวนั้น มีเหยื่อหลายสัญชาติถูกกักขังรวมกัน หากใครทำยอดไม่ได้ตามเป้าจะถูกทุบตีทำร้ายร่างกาย
ทั้งนี้ นายริวได้ฝากเตือนคนไทยที่กำลังตัดสินใจจะไปทำงานในลักษณะนี้ว่า อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา เพราะสภาพความเป็นจริงเหมือนตกนรกทั้งเป็น หากโชคร้ายอาจถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต หรือถูกส่งขายอวัยวะและถูกขายต่อไปยังประเทศที่สาม
ส่วนการรักษาพยาบาล หากเจ็บป่วยต้องจ่ายเงินเองในราคาสูงถึง 100-300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตนและเพื่อนอาศัยช่วงชุลมุน ในช่วงที่มีการเข้าตรวจค้นอาคาร เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 69 หลบหนีเข้าป่านานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนหาทางเข้ากรุงพนมเปญ เพื่อขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทย.



