เมื่อวันที่ 1 ก.พ.  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ ลงพื้นที่ตลาดทุ่งยาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยขอคะแนนเสียงให้กับนายจอมไกร สวัสดิวงศ์ ผู้สมัคร สส. เขต 6 จ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 3 โดยมีประชาชนมาต้อนรับและฟังการปราศรัยจำนวนมาก โดยนายอภิสิทธิ์ ยังคงสวมเสื้อ “คนใต้ใจเดียว ไม่เท่แล้วแหลงไหรแล้ว”  ขณะที่นายชัยชนะ ถามชาวบ้านว่า “พี่มาร์ค กับพิธาใครหล่อกว่ากัน” ชาวบ้านตะโกนบอกว่า “พี่มาร์ค” ก่อนที่นายชัยชนะจะบอกว่า “คนใต้ใจเดียว โอเค”

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณประชาชนในภาคใต้ที่ร่วมต่อสู้กันมา 30 กว่าปีที่อยู่ในการเมืองเติบโตทางการเมืองใต้ ตนมีโอกาสไปทำงานเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เพราะการสนับสนุนจากคนใต้ เราต่อสู้กันมา 30 ปี เราสู้กับเงินเราสู้กับอำนาจ เราต้องการให้การเมืองสุจริต ตนกลับมาครั้งนี้ได้รวบรวมคนที่เป็นคนประชาธิปัตย์และมีสรรพกำลังช่วยกันทำงานให้ประชาชน วันนี้ประชาชนต้องออกแรงกันอีกรอบเลือกตนกลับไปเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ตนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ พร้อมกับรองหัวหน้าพรรค คนเหล่านี้ช่วยตนทำงานมายาวนานหลาย 10 ปี ตอนนี้มีรองหัวหน้าพรรคภาคใต้คนนี้ นายชัยชนะ ตนอายุเท่าแม่เขา เราต้องเสริมกำลัง พร้อมทำงานให้กับพี่น้องประชาชน และพร้อมที่จะเป็นผู้แทนฯ ให้กับพี่น้องประชาชน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายสร้างมอเตอร์เวย์มายังภาคใต้-รถไฟใต้เชื่อมกับประเทศมาเลเซีย ต่อไปยัง จ.หนองคาย แล้วเข้าเวียงจันทน์ ประเทศลาว ไปยังประเทศจีน แต่บางพรรคการเมืองชอบบอกว่าทำไมสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นมาก่อน ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์เป็น สส.อยู่เยอะ ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจอยู่แล้ว สส.ไม่สามารถไปเขียนโครงการ อนุมัติโครงการ หรืองบประมาณได้โดยที่รัฐบาลไม่เสนอมา ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมายาวนาน ดูแลกระทรวงคมนาคม แค่ 2 ปี แต่มีบางพรรคที่พูดดูแลมาตลอด

“ถ้าเขามาครั้งหน้า ช่วยไปถามหน้าเวทีหน่อยว่าทำไมคิดจะมาทำตอนนี้ เลือกตั้งทีมาขู่พี่น้องคนใต้ทีว่าต้องเลือก ไม่อย่างนั้นไม่มีโครงการให้ แต่ประชาธิปัตย์เราเป็นรัฐบาล เราทำให้ทุกคน ทุกภาค ทุกจังหวัด ไม่เคยทิ้งใครที่ไหน และคนใต้คือคนที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมมาโดยตลอด ฉะนั้นมั่นใจได้เรื่องเศรษฐกิจเราเดินหน้าทำเต็มที่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ชี้ที่เสื้อยืดที่ตัวเองใส่อยู่ พร้อมกล่าวว่า ดูที่เสื้อของตน “คนใต้รักเดียว” อย่าแบ่งเด็ดขาด นอกจากไม่แบ่งแล้ว ตอนนี้ยังเจอภัยใหม่ ทุนเทาในร่างใบเทา มาแล้วหรือไม่ มีการจดชื่อแล้วหรือไม่ ขอย้ำว่าอย่าเลือก เพราะหากเลือกเขา ประชาชนจะกลับไปอยู่ที่เดิม เงินเขาให้มา 4 ปีเท่ากับวันละบาท แต่เป็นเงินโกงกันหมื่นล้าน แสนล้านบาท นั่นมันเงินของประชาชนทั้งนั้น ประเทศเสียโอกาส เศรษฐกิจไม่โต สังคมเสื่อม ไม่มีความยุติธรรม นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ จึงขอให้ประชาชนช่วยกันยืนยันและขอสัญญาใจว่าวันที่ 8 ก.พ.จะกาประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ และคณะได้เดินทางต่อมายังตลาดสดลำนาว อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช โดยมีประชาชนมารอต้อนรับอย่างคึกคักเช่นเดียวกัน นำดอกไม้มามอบให้กำลังใจและขอถ่ายรูป พร้อมกับนำรูปสมัยที่เคยเดินทางมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อนที่เก็บเอาไว้มาให้นายอภิสิทธิ์เซ็นชื่อ ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีคนเอารูปสมัยที่เคยเดินทางมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อนมาให้ตนเซ็น แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้เคียงข้างกับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด ขอบคุณที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกัน ตลอด 30 กว่าปีที่ยืนหยัด ให้ประชาธิปัตย์สามารถที่จะมีที่ยืนในสภา ในการเมือง เป็นรัฐบาลทำงานให้กับประชาชนทั่วประเทศ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า แม้ช่วงตนออกไปจากการเมืองประมาณ 2 ปี แต่ด้วยความผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์ ตอนที่ออกไป พูดกับทุกคนว่าอย่างไรตนไม่ไปพรรคไหนนอกจากประชาธิปัตย์ แต่เมื่อเห็นบ้านเมืองทุจริตคอร์รัปชัน มีผลประโยชน์ของนักการเมือง ในขณะที่ประชาชนกลับเดือดร้อน ฐานะทางเศรษฐกิจแย่ลง นี่คือสิ่งที่เป็นความตั้งใจว่ากลับมาเที่ยวนี้ ต้องมาสร้างการเมืองที่สุจริตกันอีกครั้งหนึ่ง เหตุผลที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้เกือบทุกเรื่อง หากดูกันดีๆ มาจากเรื่องของความทุจริตคอร์รัปชัน เราจึงต้องการการเมืองที่สุจริต 

 “4 นายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีใครถูกดำเนินคดีหรือมีคดียึดทรัพย์ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงยืนหยัดมาตั้งแต่ต้น มีอุดมการณ์ด้วยความซื่อสัตย์ เพราะเมื่อซื่อสัตย์สุจริต ก็จะทำงานทุ่มเทให้กับประชาชนได้อย่างเต็มที่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว