เมื่อวันที่ 2 ก.พ.เพจTensia ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
ชาย 52 ปี ขณะเดินไปหยิบเค้กเตรียมจะเซอไพรส์วันเกิดลูก จู่ๆ โงนเงน ภรรยาได้รีบวิ่งเข้ามา แต่ไม่ทัน สามีล้มลงกับพื้น เหมือนจะยังตอบสนองได้ แต่ปากเริ่มเบี้ยว
จึงรีบพาส่ง รพ. หลังจากแพทย์ประเมินอย่างรวดเร็ว ทราบแน่นอนว่าน่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จึงรีบส่ง CT scan สมองแล้วพบดังภาพ
ใช่ค่ะ เลือดออกในสมอง (Hemorrhagic stroke)
ซึ่งเดิมแกมีความดันสูงมา 10 กว่าปีแล้ว กินยาบ้าง ไม่กินยาบ้าง ไม่ได้เปรียบเปลี่ยนพฤติกรรมเลย ยังกินปกติ ไม่ออกกำลังกาย เพราะงานประจำทำค่อนข้างหนัก กลับมาก็ค่ำแล้ว ล่าสุดขาดนัดไปหลายเดือน
.นี่คือฝันร้ายของความดันสูง ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
เพราะความดันเลือดที่สูงอย่างเรื้อรัง เหมือนเอามีดมาเฉือนผนังหลอดเลือดทุกวินาที ซึ่งข่าวดีคือหลอดเลือดของเราเก่ง มันสู้สุดหัวใจ แต่เจ้าของร่างนั้น ไม่มีทางรู้ตัว ยังคงใช้ชีวิตตามปกติไป
วันเวลาผ่านไป ผนังหลอดเลือดที่โดนโจมตีตลอดเวลา เริ่มรับมือไม่ไหว สะสมความเสียหายเรื่อย ๆ จนเซลล์เริ่มทยอยตาย
โดยเฉพาะหลอดเลือดบางจุดในสมอง ที่มีการวางตัวที่เสี่ยง สร้างแรงเฉือนได้มากกว่าปกติ เช่น เบซัลแกงเกลีย, ทาลามัส, ก้านสมอง, หรือสมองซีรีเบลลัม
ผนังที่อ่อนแอ จะเริ่มโป่งพองเป็น ‘กระเปาะเล็ก ๆ’ เรียกว่า
Charcot–Bouchard aneurysm
แล้วจุดนี้ จะคือ ‘ระเบิดเวลา’ ในอนาคต
เพราะมันแตกได้ง่ายมาก แม้จะมีขนาดเล็กไม่กี่มิล
.
วันดีคืนดี จุดที่โป่งพองถึงขีดจำกัด ฉีกขาดเลือด เลือดทะลักเข้าเนื้อสมองแบบทันทีทันใด กดเบียดเนื้อสมองจนบี้ เกิดอาการอย่างเฉียบพลันขึ้นกับว่าโดนส่วนไหน: อ่อนแรงครึ่งซีก, ชาครึ่งซีก, ปากเบี้ยว, บ้านหมุนรุนแรง, กลืนไม่ได้ ฯลฯ
หายนะไม่ได้จบแค่นั้น
สมองอยู่ในกะโหลกที่ขยายไม่ได้แล้ว การมีก้อนเลือดขนาดมหึมาจะกดเบียดสมอง จนสมองบางส่วน ‘แล่บ’ ออกไปกดเบียดส่วนอื่น เรียกภาวะนี้ว่า brain herniation
จุดที่อันตรายที่สุดคือ ถ้าสมองมันแล่บแถว ๆ ก้านสมองส่วนล่างสุด มีสิทธิ์กดเบียดก้านสมองที่ควบคุมหัวใจ/การหายใจ เสียชีวิตทันทีได้ค่ะ
ปรับชีวิตตั้งแต่วันนี้ค่ะ:
คุมอาหาร อย่ากินพลังงานเกิน
จำกัดโซเดียมไม่ควรกินเยอะเกิน
ลดน้ำหนักในกรณีอ้วน
เพิ่มไฟเบอร์ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
แม้ขณะออกจะมีความดันเพิ่มเล็กน้อย แต่หลังออกสามารถลดความดันได้ ซึ่งตามคำแนะนำของ WHO การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ต้องทำ (Class recommendation IA) และทำได้มั้งความดันสูงทั้งระดับ 1 และ 2 เลย ยกเว้นในรายที่สูงอย่างควบคุมไม่ได้ หรือเริ่มมีอาการ
กรณีออกกำลังแบบเสริมแรง เช่น ยกเวท ควรฝึกแบบไม่กลั้นหายใจ เพราะการกลั้นทำให้ช่วงกลั้นจะเผลอสร้างแรงดัน ทำให้หลังผ่อนแรง ความดันจะพุ่งได้
นอนหลับให้พอ 6–9 ชม./คืน
ถ้ามีอาการกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ต้องรีบแก้ เพราะเพิ่มความดันได้
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากต้องกินยาแล้ว ต้องกินสม่ำเสมอ จนกว่าหมอจะปรับลดค่ะ
ป้องกันก่อนเกิดเหตุค่ะ
เพราะเวลาเกิดขึ้น มันดำเนินเร็วมาก
จนคนรอบตัวที่รักเราปรับตัวไม่ทันจริงๆ นะ
ปล. ภาพประกอบไม่ได้มาจากเคสนี้



