ราคาทองวันนี้ล่าสุด (2 ก.พ.) ณ เวลา 10.45 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองทำแท่ง และทองรูปพรรณ ช่วงเช้า มีการปรับไปแล้วหลายครั้ง โดยครั้งแรกปรับราคาร่วงแรง ลดลง 1,650 บาท รวมแล้ว 8 ครั้ง ปรับลดลง 3,000 บาทแล้ว

  • ราคาทองคำแท่ง รับซื้อ 71,000 บาท ขายออก 71,200 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อ 69,584.40 บาท ขายออก 72,000 บาท

ส่วนราคาทองคำในตลาดโลก Gold Spot ณ เวลา 10.53 น. อยู่ที่ 4,662 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเงินบาท 31.62 บาทต่อดอลลาร์

“MTS Capital” ออกบทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำ

สรุปภาพรวมตลาด 10 ปัจจัย (2 ก.พ.)

  1. ทองคำทำ New Low $4,584 ด้านทองไทยทดสอบ 70,500 บาท
  2. เงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตสหรัฐ ร้อนแรงสูงกว่าคาด กดดันตลาดกังวลเฟดคงดอกเบี้ยสูงนาน
  3. ทรัมป์เลือก “Kevin Warsh” นั่งประธานเฟด
  4. ตลาดจับตานโยบายเฟด หลัง Warsh ส่งสัญญาณคุมวินัยการเงิน ลดความเข้มข้น QE
  5. ราคาทองโลกปิดร่วงแรง -9% แต่ผู้เชี่ยวชาญยังมองการปรับฐานเป็นโอกาสสะสม ระยะยาวแนวโน้มขาขึ้นยังไม่จบ
  6. SPDR ซื้อสุทธิ 15.11 ตัน สะท้อนแรงซื้อเชิงโครงสร้าง
  7. วอลล์สตรีทปิดลบทั้ง 3 ดัชนี นักลงทุนกังวลทิศทางดอกเบี้ยและเงินเฟ้อสูง
  8. ธนาคารสหรัฐขนาดเล็กล้มเป็นรายแรกของปี 2026 แต่ยังไม่กระทบระบบการเงินโดยรวม
  9. ราคาน้ำมันทรงตัวใกล้จุดสูงสุดในรอบ 6 เดือน จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน
  10. ค่าเงินบาทอ่อนค่า เปิด 31.55 บาท / กรอบสัปดาห์ 31.00-32.00 บาท

“MTS GOLD ANALYSIS” วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำในระยะสั้นยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้ม Sideway Down นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก พร้อมหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage ในระดับสูง ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงอย่างมากในสภาวะตลาดปัจจุบัน โดยสถานการณ์ในขณะนี้สามารถเปรียบเสมือน “สงครามด้านการลงทุน” ที่ผู้ลงทุนจำเป็นต้องรักษาวินัยและสภาพคล่องเป็นอันดับแรก

สำหรับมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำตลาดโลก Gold Spot ประเมินแนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,630-4,550 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,900-5,000 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดระดับแนวรับดังกล่าว จะมีแนวรับทางจิตวิทยาสำคัญถัดไปที่บริเวณ 4,500 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองคำในประเทศประเมินแนวรับอยู่ที่ระดับ 69,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 72,000 บาท

แนะนำซื้อขายในกรอบ “Sideway Down” และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง