โรคหัวใจ เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยต่อปีเป็นจำนวนมาก เป็นอันดับต้นๆ ของประชากรไทยเลยทีเดียว เป็น 12% ของอัตราการเสียชีวิตทั้งหมด ต้องเรียนรู้และสังเกตอาการได้ พร้อมดูแลร่างกาย จัดการอาหารการกินเป็น คำว่า “โรคหัวใจ”มักจะหมายถึง “ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” (atherosclerotic cardiovascular disease)
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนอายุ 55 ปีในเพศชาย และ 65 ปีในเพศหญิง อายุ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น เพศ ผู้ชายจะมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจสูงกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะในวัยก่อนหมดประจำเดือน เพศหญิงหลังหมดประจำเดือนหรือรับประทานยาคุมกำเนิดจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูงขึ้น
ปัจจัยที่สามารถควบคุมหรือป้องกันได้ คือ พฤติกรรมการบริโภคอาหารไขมันสูงและเค็ม ภาวะอ้วน ไขมันในเลือดสูง ผู้ที่มีระดับไขมันแอลดีแอล (LDL cholesterol) สูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรค ดังนั้นจึงมีความสำคัญที่จะต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์การรักษา การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ ความเครียด
อาการที่ควรพบแพทย์ทันที เป็นสัญญาณเตือนโรคหัวใจ คือ อาการเจ็บแน่นหน้าอก บีบเค้นแน่นหน้าอกเหมือนมีของหนักกดทับ เจ็บหน้าอกร้าวไปกราม ขากรรไกร คอ แขน ไหล่ หลัง เจ็บหน้าอกร่วมกับเหงื่อออก ตัวเย็น ใจสั่น เจ็บหน้าอกนานกว่า 20 นาที เหนื่อยง่าย ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง มีภาวะน้ำท่วมปอด บวม หัวใจล้มเหลว ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นลมหมดสติ
การปรับพฤติกรรมดูแลตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ที่สำคัญคือ ควบคุมรักษาระดับไขมันในเลือด ความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ และอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง รักษาระดับน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ออกกำลังกายให้เพียงพอ แนะนำให้ออกกำลังกายด้วยความเหนื่อยปานกลางอย่างน้อย 150-300 นาที/สัปดาห์ หรือออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 75-150 นาที/สัปดาห์ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงความเครียด
โรคหัวใจเป็นโรคที่เกิดได้กับทุกคน อัตราการเกิดโรคเพิ่มสูงขึ้นและพบในช่วงอายุที่ลดต่ำลงกว่าในอดีตมาก ซึ่งสอดคล้องไปกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ การรับประทานอาหารที่เป็นตะวันตกมากขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มสูงขึ้น การออกกำลังกายลดน้อยลง
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลตัวเอง สังเกตอาการผิดปกติที่เข้าข่ายอาการโรคหลอดเลือดหัวใจ และการตรวจสุขภาพ/ตรวจคัดกรองโรคหัวใจ จะช่วยให้สามารถป้องกันโรค วินิจฉัยโรคได้ในระยะต้นและให้การรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดี
( ขอขอบคุณข้อมูลจาก นพ.เอก เพ็ชรดาชัย จากเวบไซด์โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ )



