เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 69 ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังพบความผิดพลาดในการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า ความสะเพร่าของกรรมการกลางกำลังทำลายศรัทธาประชาชน และอาจลากยาวทำลายโครงสร้างประเทศ ซึ่งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นหน้างาน ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมืองเฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่คือความล้มเหลวของระบบที่ทุกพรรคโดนหางเลขกันถ้วนหน้า จึงต้องฝาก กกต. ว่ามีความผิดพลาดมาก ส่วนประชาชนอย่าไปหลงว่ามีการทำร้ายพรรคนั้น ทำลายคะแนนเสียงพรรคนี้ เพราะทุกพรรคโดนกันหมด จากความผิดพลาดของกรรมการ การติดป้าย ติดชื่อ เอาแผ่นที่เป็นแผ่นขาวไปทับชื่อ ผิดพลาดกันไปหมด ทำให้คนสับสน การเขียนเลขที่หน้าซอง ต้องเขียนให้ถูก พิจารณาให้ถ้วนถี่ อย่าให้เกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นายเจษฎ์ กล่าวว่า ส่วนเหตุการณ์อุกอาจในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีการบุกชิงบัญชีรายชื่อนั้น สะท้อนความหละหลวมของมาตรการรักษาความปลอดภัย ถามว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งอยู่ที่ไหน และหาก กกต. ยังทำงานแบบนี้ ประชาชนจะไม่ไว้ใจกรรมการ ไม่ไว้ใจพรรคการเมืองและผลการเลือกตั้ง เมื่อความศรัทธาในกติกาหมดลง ความศรัทธาในสภาและพรรคการเมือง จะพังทลายตามไปด้วย การพัฒนาประเทศชาติจะทำไม่ได้ หาก กกต. ไม่จัดการเลือกตั้งให้ดีประเทศชาติจะพังได้
นายเจษฎ์ กล่าวว่า เงินภาษีที่ใช้ ทุกบาททุกสตางค์คือน้ำพักน้ำแรงของประชาชน การจัดเลือกตั้งที่ผิดพลาดซ้ำซาก เท่ากับเอาเงินประชาชนมาละลายเล่น บัตรเลือกตั้ง ทั้งสีเขียว สีชมพู ถ้าไร้ค่าเพราะความผิดพลาดของท่าน ก็เท่ากับท่านเผาเงินภาษีทิ้ง ส่วนบัตรสีเหลือง หรือการทำประชามติ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. นี้ กกต. ออกเอกสารชี้นำและตั้งคำถามที่ชวนสับสน กับคำถามแรกที่ไม่สะเด็ดน้ำ ยังต้องเสียเงินจัดประชามติรอบ 2 รอบ 3 อีก ถามว่าทำไมต้องผลาญงบขนาดนี้ ทั้งที่รัฐธรรมนูญแก้รายมาตราได้ แต่ กกต. ไม่เคยพูดความจริงให้ชัดเจน
“ทุกวันนี้ภาษีของเรา ถูกละลายไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง จัดการเลือกตั้งก็ไม่สามารถสัมฤทธิผลได้ การทำประชามติก็จะทำให้บ้านเมืองแตกแยกแล้วมีปัญหาต่อไป ขอฝากว่ากรรมการสำคัญที่สุด และผู้เล่นสำคัญอย่าหลอกลวงประชาชน อย่าผลาญภาษีกันอีกเลย” นายเจษฎ์ กล่าว.



