นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ เอโอซี 1441 พบว่า สถิติในปี 68 ที่ผ่านมาเผยให้เห็นข้อมูลที่น่าวิตกกังวลคือกลุ่มอายุ 20-49 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานและมีกำลังซื้อสูง กลับกลายเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดในการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์ ด้วยจำนวนผู้เสียหายมากถึง 405,929 เคส และความเสียหายทางการเงินสูงถึง 23,403 ล้านบาท โดยรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุดคือ การหลอกลวงในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ, การหลอกให้โอนเงินภายใต้ข้ออ้างการหารายได้พิเศษ และการหลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
สำหรับในปี 69 นี้ แนวโน้มวิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพในปัจจุบันที่พบมากที่สุด มี 4 รูปแบบ คือ 1.ข้อความหลอกลวงผ่าน เอสเอ็มเอส และไลน์แนบลิงก์ โดยมิจฉาชีพจะส่งข้อความสั้นอ้างว่ามาจากหน่วยงานราชการหรือเอกชน โดยแจ้งว่ามีค่าใช้จ่ายค้างชำระ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา หรือกลับกัน อ้างว่ามีเงินคืนให้รับ แล้วแนบลิงก์ให้กดเข้าไป หากประชาชนคลิกลิงก์ดังกล่าว อาจถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่มีมัลแวร์เพื่อดูดเงินในบัญชี หรือถูกพาไปยังเว็บไซต์ปลอมเพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว
2. เทคโนโลยี เอไอ ดีฟเฟค โดยเลียนแบบเสียงพูดและสร้างภาพใบหน้าเคลื่อนไหวของบุคคลที่เรารู้จักได้อย่างสมจริง เพื่อหลอกให้โอนเงิน 3. คิวอาร์ โค้ด ปลอม โดย มิจฉาชีพจะแปะ คิวอาร์ โค้ด ปลอมทับของจริงตามจุดบริการสาธารณะ เช่น ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน หรือส่งมาทางอีเมลโดยอ้างว่าเป็นโปรโมชัน เมื่อประชาชนสแกน คิวอาร์ โค้ด เหล่านี้ จะถูกลิงก์ต่อไปยังเว็บไซต์ หรือแอพลิเคชันปลอมที่ออกแบบมาเพื่อขโมยรหัสผ่านหรือดูดเงินจากบัญชีทันที และ 4. การหลอกลงทุนออนไลน์ ในสกุลเงินดิจิทัลหรือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ มิจฉาชีพจะล่อใจด้วยผลตอบแทนที่สูงเกินจริง และสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นผู้มีชื่อเสียงหรือนักลงทุนมืออาชีพเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อหลอกเหยื่อโอนเงิน
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการป้องกันตนเอง นั้น คือ การรู้เท่าทันภัยออนไลน์ ถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ประชาชนควรระมัดระวังไม่กดลิงก์จากข้อความที่ไม่รู้จัก ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนโอนเงิน ไม่เชื่อผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ ระวังการสแกน คิวอาร์ โค้ด ในที่สาธารณะ และหากมีข้อสงสัยควรโทรกลับไปยืนยันตัวตนจากหมายเลขโทรศัพท์จริงของหน่วยงานนั้นๆก่อน
ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า โลกออนไลน์เต็มไปด้วยโอกาสและความสะดวกสบาย แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เราทุกคนต้องตระหนักรู้ การป้องกันตนเองที่ดีที่สุดคือการมีสติ รอบคอบ และไม่ประมาท โดยยึดหลัก “4 ไม่” คือ “ไม่กดลิงค์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” เมื่อเราเข้าใจวิธีการของมิจฉาชีพ เราจะสามารถปกป้องทรัพย์สินและความปลอดภัยของตนเองและคนที่เรารักได้



