หายกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติแล้วสำหรับดาราสาว “เอ๋ พรทิพย์ สกิดใจ” ที่ล่าสุดควงสามีสุดที่รัก “ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ” มาร่วมงาน SOFT OPENING : AELOVA LAVA PLUS วิตามินเม็ดฟู่เพื่อสุขภาพ พร้อมเล่าถึงเรื่องราวที่ผ่านการป่วยมะเร็งปอดมา รวมถึงเรื่องที่ตระหนักในความรักของกันและกันมากขึ้น และประเด็นที่สาวเอ๋ไปช่วยหนุ่ม เบียร์-สรณัฐ เซอร์ไพร้ส์ขอสาว โอ๋-ภัคจีรา เพื่อนสาวแต่งงานอีกด้วย

เอ๋ เผยว่า “สุขภาพตอนนี้ดีขึ้นเกือบ 100% แล้ว แต่ยังต้องหาหมอทุกๆ 6 เดือน และทุกครั้งที่ไปก็แอบกังวล นอนไม่หลับ เพราะกลัวจะมีก้อนเนื้อจะกลับมาอีก ตอนนี้ทุกอย่างก็ดีขึ้น แต่ยังไม่ 100% อย่างที่พี่ป๋อเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ก็คือต้องรอระยะเวลาให้มัน 100% แต่ตอนนี้ก็ทำอะไรได้ปกติทุกอย่าง ยังต้องพบคุณหมอทุกๆ 6 เดือนค่ะ ช่วงที่ไปหาคุณหมอก็มีลุ้น มีนอนไม่หลับบ้าง แต่พอผ่านมาได้ก็โล่ง ที่นอนไม่หลับก็เพราะว่ากังวล เรากลัวว่ามันจะกลับมาไหม มันจะหมดหรือยัง ตอนนี้ฝุ่น PM2.5 กลับมาด้วย เอ๋ใส่หน้ากากตลอดเลย เวลาไปในที่สามารถป้องกันได้ เอ๋ป้องกันหมดเลย ถ้าฝุ่นเยอะจริงๆ ก็ไม่ออกไปไหนเลยค่ะสิ่งที่ต้องระวังที่สุดก็คือเรื่องฝุ่นนี่แหละ ควันจากการทำกับข้าวก็ต้องใส่หน้ากาก คุณหมอบอกว่าอันนี้ก็อันตรายเหมือนกัน ข่าวดีก็คือตัดก้อนนั้นออกไปแล้ว และปอดที่โดนตัดออกไปตอนนี้มันพองออกมาแล้ว ข้อดีของปอดคือมันเหมือนฟองน้ำ มันฟื้นฟูได้ คุณหมอก็ให้ออกกำลังกายเยอะๆ ปอดจะได้แข็งแรง ถ้าไม่ได้พี่ป๋อไม่รู้เอ๋จะเป็นยังไงเลย เขาทำให้เอ๋ทุกอย่างจริงๆ พาไปหาหมอ (น้ำตาซึม) เขาไม่ทำงานเลย เขาแคนเซิลงานหมด แล้วมาดูแลเรา และอยู่กับเอ๋ตลอดเวลา ทั้งหาคุณหมอคนที่ 1 2 3 พี่ป๋อเป็นคนตัดสินใจให้เอ๋ทุกอย่างถึงตอนผ่าตัดพี่ป๋อก็นั่งรอเอ๋อยู่หน้าห้องผ่าตัด 3 ชม. ถ้าเอ๋ไม่ได้พี่ป๋อ เอ๋ว่าเอ๋ก็แย่ เรื่องรักคือรักอยู่แล้ว แต่เหมือนเราเลือกคู่ชีวิตที่ถูกต้องมากๆ คนนี้คือคู่ชีวิตเรา ถ้าไม่ได้พี่ป๋อ เอ๋คงไม่ได้มายืนตรงนี้มั้ง เอ๋ก็บอกพี่ป๋อตลอดว่าขอบคุณ เอ๋ไม่คิดว่าพี่ป๋อจะรักเอ๋มากขนาดนี้ (น้ำตาซึม)”

“เขาไม่เคยร้องไห้ให้เห็นเลย เขาจะพยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง เพราะเขารู้ว่าเอ๋อ่อนแอมาก โดยปกติเราเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าเขาอ่อนแอ เราไม่ไหวแน่ ลูกๆ ก็ให้กำลังใจค่ะ เขาก็ถามว่าเจ็บไหม คอยมาอยู่ด้วย เขาจะรู้หมดว่าเราเป็นอะไร เพราะเอ๋กับพี่ป๋อจะอธิบายให้เขาฟัง แล้วเขาก็จะถามตลอดว่าแม่จะตายไหม ถามว่าวิกฤติที่ผ่านมาทำให้เราเรียนรู้อะไรกันบ้าง คือเราไม่อยากทะเลาะกันเลย รู้สึกว่าความขัดแย้งมันไม่โอเคสำหรับชีวิตคู่เรา เพราะมันผ่านจุดที่แย่ที่สุดในชีวิตเรามาแล้ว อยากจะรักเขา อยากจะดีกับเขา อยากจะดูแลเขา แต่ชีวิตคู่มันก็ต้องมีเรื่องทะเลาะกันบ้าง แต่พยายามจบให้เร็วที่สุด”

เอ๋ เล่าต่อว่า “เรื่องเซอร์ไพร้ส์โอ๋ เบียร์ จริงๆ แล้วเราจะมีกรุ๊ปไลน์แยกที่ไม่มีพี่โอ๋ แต่พี่โอ๋ก็จะมีระแคะระคายแล้ว เพราะว่าเบียร์นั่นแหละ เบียร์เป็นคนที่เก็บความลับอะไรไม่อยู่ ก็ไปโป๊ะแตก แต่พี่โอ๋เขาก็จะมีความเซอร์ไพรส์จริงๆ เพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะจัดงานให้ใหญ่ขนาดนี้ เพื่อนจะมาเยอะขนาดนี้ มันเป็นโมเมนต์ที่สุดเลย ร้องไห้กันทั้งงาน แต่เบียร์คือโป๊ะตลอด เอาแหวนไปให้พี่โอ๋ดูว่าสวยไหม เขาก็คงจะเก็บความลับไม่อยู่ มันคงแน่นอกมาก พี่โอ๋เขาก็คงเอ๊ะยังไง แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ ทุกคนก็อ้าว (หัวเราะ) ก่อนหน้านี้เขาก็มีแพลนกันไว้อยู่แล้วค่ะ แต่คู่นี้เขาน่ารัก หน้าเหมือนกันเด๊ะ เราก็มีความสุขไปกับพี่โอ๋ด้วย เพราะเราก็รู้จักพี่โอ๋มานานมากแล้ว พี่โอ๋เขาอยู่คนเดียวก็เหงา เขาก็อยากจะมีใครสักคนที่คุยเป็นเพื่อนใจโน่นนี่ และวันนี้เขาหากันเจอแล้ว เราก็ดีใจและยินดีกับพี่โอ๋มากๆ จริงๆ แล้วเบียร์เป็นคนน่ารักนะคะ ถึงพวกเราจะชอบแกล้งเบียร์ แต่เขารักพี่โอ๋จริงๆ รักแบบไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าพี่โอ๋จะเป็นยังไง เขารักพี่โอ๋จากใจเลย”

ป๋อ เผยว่า “ที่ไม่ทิ้งเอ๋คือเราเป็นคู่ชีวิตเนอะ ตกระกำลำบากก็ต้องตกด้วยกัน ไม่เป็นไรหรอก อะไรที่ยากที่สุดเราก็ต้องไปด้วยกัน จะไม่ปล่อยมือเด็ดขาด อยู่หน้าห้องผ่าตัดตลอดเวลา คิดแค่ว่าไม่เป็นไร มันเกิดขึ้นแล้ว ต้องอยู่กับมันให้ได้ พี่จะอยู่ข้างๆ ผมว่ามันไม่ได้พิเศษอะไรหรอกครับ เพียงแค่ว่าคนที่เรารักที่สุดเขากำลังเจ็บปวดอยู่ เราแข็งแรงกว่าเขา เราต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้จนกว่าจะจากกันไป เราไม่รู้ว่ามันจะไปที่น้ำเหลืองหรือเปล่า เพราะหน้าห้องผ่าตัด 3 ชม.กว่า เต็มไปด้วยคำถามว่าถ้าเกิดมันไปน้ำเหลืองล่ะ ถ้าเกิดมันไปไกลกว่านี้ล่ะ ถ้าเกิดเขาไม่อยู่ล่ะ เราจะทำยังไง ลูกเราก็ยังเล็กๆ อยู่ ซึ่งเรารู้ว่าเขาเลี้ยงลูกได้ดีกว่าเรามาก เราก็บอกว่าไม่เป็นไร ช่างมัน อะไรจะเกิดปล่อยให้มันเกิดไป แต่ทุกๆ ความยากลำบาก พี่จะอยู่ตรงนั้นเสมอ ปีที่แล้วคือที่สุดจริงๆ เอ๋กลายเป็นคนพูดน้อยลง เป็นคนหลับยากขึ้น เพราะเขาคิดมาก ปกติเอ๋เป็นคนนอนง่ายมาก แต่กลายเป็นคนนอนหลับยาก พูดน้อยลง ตลกน้อยลง เราก็ต้องพยายามให้กำลังใจ ยอมรับว่าผมก็เหนื่อยนะ แต่ผมเป็นผู้ชาย อาจจะรู้สึกว่าเราเป็นนักแสดงด้วย ก็แกล้งเข้มแข็งไปอย่างนั้นแหละ แต่จริงๆ ลึกๆ ข้างในเวลาอยู่คนเดียว เราก็มีมุมลำบากของเราเหมือนกัน แต่เราเห็นเขาลำบากกว่า เราก็ต้องพยายามดึงให้เขาดีขึ้นให้ได้”

“กว่าจะออกมาข้างนอกแบบนี้ได้ก็ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน คือพยายามไม่ให้อยู่บ้าน พยายามจะลากออกไป มีใครวันเกิดอะไรก็จะต้องไปทุกงาน เพราะอยากให้เจอเพื่อน พอเจอเพื่อนเขาก็จะให้กำลังใจ เขาก็จะได้พลังใจดีๆ กลับบ้านไป บางทีพลังผมมันก็จะหมดแล้วเหมือนกัน เราก็ต้องการพลังงานจากคนอื่นมาช่วย ก็เลยกลายเป็นว่าเพื่อนๆ ในวงการมีส่วนมากๆ รวมถึงแฟนๆ ที่คอมเมนต์เข้ามาเวลาเราลงคลิป ตอนนี้ ทำอะไรก็ทำไปเถอะครับ ชีวิตก็มีอยู่แค่นี้แหละ เรามีวงจรชีวิตประมาณนึงเท่านั้นเอง ใครจะอยู่อย่างไร อยากกินอะไรกิน อยากทำอะไรทำ อะไรที่มีความสุขสำหรับเราแล้วทำให้สุขภาพเราดีด้วยทั้งข้างในและข้างนอก ทำเลย อย่ารอ เพราะวงจรชีวิตมนุษย์มีแค่นี้ 70-80 ปี ฉะนั้นทำเลยครับ”

ป๋อ เล่าต่อว่า “เรื่องเซอร์ไพร้ส์โอ๋เบียร์คือเบียร์เป็นคนดี เขาเป็นสมาชิกในกลุ่มอยู่แล้ว และเบียร์เป็นคนที่มีความเป็นผู้หญิงด้วย เขาจะเข้ากับผู้หญิงได้เก่งมาก แต่ก็จะโดนกลุ่มแม่ๆ ลงโทษ ด่า ถ่มถุย อย่างเมื่อวานเขาจะต้องเป็นฮีโร่ใช่ไหม แต่เขาโดนถ่มถุยเยอะมาก เบียร์ยืนตรงนี้ ถือดอกไม้อย่างนี้สิ แล้วจะเอาแหวนมาฝากที่ผม ผมก็บอกว่าไม่ได้ เก็บไว้เองสิ เกิดผมไปฉี่ทำไงล่ะ คือวุ่นวายมาก เหตุการณ์ที่ทุกคนเห็นในโซเชียลคือเหตุการณ์ที่ถูกกลั่นกรองมาแล้ว เพราะเบื้องหลังเละเทะกว่านี้มาก วุ่นวายไปหมด แก้วแตก น้ำหก แต่ถือว่าเป็นงานที่สนุกมากจริงๆ เอาง่ายๆ เหมือนกลุ่มดาราจัดงานกันเอง แล้วจัดงานกันไม่เป็น ก็เป็นแหละ แต่มันจะมีความที่คนนั้นก็จะเอาอย่างนั้น คนนี้ก็จะเอาอย่างนี้ มันไม่เป็นหนึ่งเดียวกันเลย”