เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศฯ เปิดเผยว่างบประมาณของฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถูกตัดเหลือ 1,200 ล้านบาท จากเดิมที่เคยได้รับ 2,200 ล้านบาท อาจส่งผลกระทบต่อการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจกับข่าวดังกล่าว และขอชี้แจงว่าการใช้วงเงินดังกล่าว ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนฯ ที่วางกรอบงบประมาณปี 2569 ไว้ที่ 4,100 ล้านบาท ใน 12 แผนงาน โดยมีแผนการส่งนักกีฬาไปแข่งขันระดับชาติที่ใช้งบประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยได้รับการอนุมัติงบประมาณจากกระทรวงการคลัง เมื่อเดือน ก.ย. 2568 และได้ทำงานร่วมกับคณะกรรมการโอลิมปิคมาตลอด เห็นว่าต้องแก้ไขและจัดหางบประมาณให้เพียงพอในการส่งนักกีฬาไปแข่งขัน และขอบคุณที่คณะกรรมการโอลิมปิค เป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันคณะกรรมการก็อยู่ในกรรมการกองทุนฯ และเป็นผู้ที่เสนองบ 1,200 ล้านบาท ในส่วนของตนหากแก้ไขอะไรได้ก็ยินดีทำ และก่อนหน้านี้ได้ขอให้ดำเนินการเรื่องการจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาล่าช้า โดยโอนเข้าบัญชีนักกีฬาโดยตรง ไม่ต้องผ่านสมาคมกีฬา และจะช่วยแก้ปัญหาที่นักกีฬาร้องเรียนไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงหรือได้รับล่าช้า อยากให้คณะกรรมการโอลิมปิคมาร่วมช่วยกันตรงนี้ เพื่อให้การดูแลนักกีฬาเป็นไปอย่างโปร่งใส

“ผมมาทำงานตามกรอบ ที่ผมสานงานต่อ วันที่ผมมารับงาน กรอบแผนงานตรงนี้อนุมัติมาถูกอนุมัติเงินมาแล้ว 1,200 ล้านบาท เท่าที่ทราบจะขอกว่า 10,000 ล้านบาท แต่เมื่อผ่านการกลั่นกรองและพิจารณา ไปถึงกระทรวงการคลังก็ได้รับอนุมัติกลับมาที่ 1,200 ล้านบาท ยอมรับว่าอาจไม่เพียงพอต่อการส่งนักกีฬาไปแข่งขัน แต่ผมมีหน้าที่ต้องหาทางต้องหาทางจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยสามารถส่งนักกีฬาไปได้พอ”