สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามให้กฎหมายงบประมาณระยะสั้นฉบับใหม่มูลค่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 37.96 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะทำให้รัฐบาลกลางมีงบประมาณเพียงพอใช้จ่ายจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. นี้ เพื่อยุติภาวะการชัตดาวน์บางส่วน ที่ดำเนินมานาน 4 วัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ การลงนามของทรัมป์เกิดขึ้น หลังสภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ลงมติรับรองร่างกฎหมาย ด้วยคะแนนเฉียดฉิว 217 ต่อ 214 เสียง ขณะที่วุฒิสภาเห็นชอบกฎหมายก่อนแล้ว ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา แต่การที่ตอนนั้นสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในช่วงพักการประชุม ส่งผลให้สภาล่างไม่สามารถลงมติได้ จึงต้องปล่อยให้เกิดภาวะสุญญากาศชั่วคราว


อนึ่ง ในการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิกพรรคเดโมแครต 21 คน ร่วมออกเสียงสนับสนุน และสมาชิกพรรครีพับลิกัน 21 คน ออกเสียงคัดค้านเช่นกัน เนื่องจากไม่ต้องการโอนอ่อนตามข้อเรียกร้องของพรรคเดโมแครต ซึ่งต้องการให้มีการปฏิรูปกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ


ในกฎหมายงบประมาณที่มีการอนุมัติครั้งนี้ ไม่รวมมาตรการงบประมาณชั่วคราว ครอบคลุมระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิยังคงดำเนินงานต่อไปได้ ซึ่งแผนการดังกล่าวจะยุติในสัปดาห์หน้า และฝ่ายนิติบัญญัติจากสองพรรคใหญ่ ยังคงเห็นต่างกันอย่างมาก ในการเจรจาแก้ไขนโยบายการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง


ขณะที่นางคริสตี โนเอม รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี) ซึ่งประจำการอยู่ที่เมืองมินนีแอโพลิส ในรัฐมินนิโซตา ที่มีการประท้วงต่อต้านไอซีอีอย่างรุนแรง จะต้องใช้งานกล้องติดตัวหรือกล้องติดหน้าอก คำสั่งดังกล่าวมีผลทันที และจะขยายผลไปทั่วประเทศในภายหลัง.

เครดิตภาพ : AFP