พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ห้องประชุมมารินทร์ อำเภอเมืองมหาสารคาม โดยมีประชาชนจากกว่า 30 ชุมชนในเขตเมืองเข้าร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง นายทองหล่อ พลโคตร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 1 เบอร์ 4 พรรคกล้าธรรม ขึ้นเวทีปราศรัยชูนโยบายหลักในการพัฒนาจังหวัด โดยเน้นการปรับโครงสร้างภาคการเกษตรควบคู่กับการยกระดับการศึกษา เพื่อเพิ่มศักยภาพคนและเศรษฐกิจฐานราก พร้อมผลักดันการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับจังหวัด โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมองว่าเป็น “รายได้ที่สาม” ที่สำคัญของมหาสารคาม รองจากภาคเกษตรและการศึกษา หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ผู้สมัครนำเสนอ คือการยกระดับ “แก่งเลิงจาน” ให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัด เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์และศักยภาพของพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร”
โดยมุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ให้ประชาชนอย่างยั่งยืน การปราศรัยครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากนายสุรจิตร ยนต์ตระกูล อดีต สส. ซึ่งขึ้นเวทีช่วยหาเสียง โดยเปิดใจว่า ปัจจุบันตนเป็นอิสระทางการเมือง ไม่ได้สังกัดพรรคใด และการขึ้นเวทีครั้งนี้เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนให้กับนายทองหล่อ พลโคตร เพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง

ต่อมา นายทองหล่อ ได้ขึ้นเวทีท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น โดยมีประชาชนนำพวงมาลัย ดอกกุหลาบ และผ้าขาวม้ามามอบเพื่อให้กำลังใจ สะท้อนสายสัมพันธ์ที่ยังคงเหนียวแน่นกับชาวบ้านในพื้นที่

ซึ่งนายทองหล่อ เคยถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ก่อนกลับเข้าสู่สนามการเมืองอีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2566 ในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่พ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ล่าสุดได้ตัดสินใจกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต 1 มหาสารคาม ในนามพรรคกล้าธรรม โดยให้เหตุผลว่า พรรคกล้าธรรมมีนโยบายชัดเจน และมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะเอื้อต่อการผลักดันงบประมาณและโครงการพัฒนาลงสู่พื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับจังหวัดมหาสารคาม มีทั้งหมด 6 เขตเลือกตั้ง โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมือง มีผู้สมัคร สส. จำนวน 10 คน มีหน่วยเลือกตั้ง 233 หน่วย และมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 123,814 คน ซึ่งการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง



