สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ว่า กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ ระบุว่า การมีคุณสมบัติสำหรับโครงการเงินช่วยเหลือ 3 โครงการ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีของผู้ก่อการร้าย และภัยคุกคามอื่น ๆ นั้น รัฐต่าง ๆ ต้องใช้ระบบของรัฐบาลกลาง ในการตรวจสอบสัญชาติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และยอมรับบัตรลงคะแนนแบบกระดาษที่ทำเครื่องหมายด้วยมือในการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ฟีมาจะระงับเงินช่วยเหลือ 20% ของจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้รับเงินช่วยเหลือจะได้รับ จนกว่ารัฐดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดแล้ว

“ข้อกำหนดใหม่เหล่านี้ สำหรับผู้รับเงินช่วยเหลือจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ จะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของการเลือกตั้ง และรับประกันว่าชาวอเมริกันสามารถไว้วางใจผลการเลือกตั้งได้” นายมาร์คเวย์น มัลลิน รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์

ด้านกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ ระบุเสริมว่า รัฐต่าง ๆ จะต้องใช้ระบบการตรวจสอบคนต่างด้าวอย่างเป็นระบบเพื่อรับสิทธิประโยชน์ หรือ “เซฟ” (SAVE) ของสำนักงานบริการด้านพลเมืองและคนเข้าเมืองแห่งสหรัฐ (ยูเอสซีไอเอส) เพื่อตรวจสอบสถานะพลเมืองของทุกคนที่อยู่ในฐานข้อมูลการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งของรัฐ ภายใน 120 วัน หลังจากได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง

นอกจากนี้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ ยังระบุว่า รัฐต่าง ๆ จะต้องส่งแผนการเปลี่ยนจากระบบลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในการนับคะแนน เป็นระบบที่รับบัตรลงคะแนนแบบกระดาษที่ทำเครื่องหมายด้วยมือแทน ตลอดจนตรวจสอบบัตรลงคะแนนด้วยตนเองอย่างน้อย 5% และจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ตรงกับคะแนนเสียง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS