เมื่อวันที่ 5 ก.พ. เวลา 07.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่วงเวียนใหญ่ช่วย น.ส.มารีญา ฤกษ์ดี ผู้สมัคร สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 24 เขตธนบุรี (ยกเว้นแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจีและแขวงบางยี่เรือ) เขตคลองสาน เขตราษฎร์บูรณะ (เฉพาะแขวงบางปะกอก) เบอร์ 7 หาเสียง ที่วงเวียนใหญ่

โดยนายอภิสิทธิ์และคณะได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนที่จะเดินตลาดวงเวียนใหญ่ ด้วยรถตุ๊กๆ เพื่อพบปะขอคะแนนเสียงจากประชาขน โดยมีพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ได้มอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัย และขอถ่ายรูปกับนายอภิสิทธิ์อย่างคึกคัก พร้อมกับให้กำลังใจ ว่า “คนนครฯ คนใต้ เลือกประชาธิปัตย์ 2 ใบ” “เป็นแฟนคลับมานานแล้ว” “หล่อเหมือนเดิม” “รักเก่าที่บ้านเกิดคนใต้ ยังไงก็เลือก ดีใจที่กลับมา” “คุณอภิสิทธิ์ คุณเป็นนายกฯ ในดวงใจฉัน ขอให้ได้เป็นอีกสมัยสำเร็จ” โดยมีจังหวะหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ได้ก้มลงไปกอดแม่ค้าที่ขายของอยู่ที่พื้น

ขณะเดียวยังมีประชาชนบอกกับนายสัตวแพทย์อนันต์ ฤกษ์ดี พ่อของ น.ส.มารีญา และอดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขตลาดกระบัง อีกว่า “ของจริงๆ ทั้งคน ทั้งพรรคเที่ยวนี้ ท่านต้องกลับมา ประชาธิปัตย์ต้องกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้ในกรุงเทพฯ เรานี่ ตัวจริงอยู่แล้ว ทั้งบ้านไม่ต้องห่วง”
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงกับชาวกรุงเทพฯ และทั่วประเทศในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า ตอนนี้ทุกพรรคเร่งหาเสียงและเน้นย้ำในจุดแข็งของแต่ละพรรค อย่างไรก็ตามสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อยากจะสื่อสารไปยังประชาชนทุกคน คือ เรามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญในแง่ของเรื่องโอกาสให้เราหลุดพ้นจากหลายอย่างที่เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับประเทศในขณะนี้แทน ทั้งในแง่วิกฤติคอร์รัปชัน เศรษฐกิจติดหล่มเป็นเวลานาน สังคมยังมีความแตกแยก ถ้าเราไม่ระมัดระวังมองเลือกตั้งเป็นการแข่งขันกันอีกครั้ง อีก 4 ปี สถานการณ์อาจจะยิ่งหนักกว่านี้


“สิ่งที่อยากสื่อสารก็คือประชาธิปัตย์พร้อมแล้วที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้ เป็นทางรอดที่ปลอดภัย ด้วยความพร้อมเรื่องนโยบายบุคลากรและจุดยืนทางการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าในระยะ 4 เดือนที่ผ่านมา ทำได้ขนาดนี้ถือว่าพร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องทำต่อไปเรื่อย ๆ งานหลักยังรออยู่ข้างหน้าและหลังการเลือกตั้ง แต่ขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนให้การทำงานของผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคมาถึงจุดนี้ ทุกคนก็ยอมรับว่าเรามาไกลพอสมควรเทียบกับสถานการณ์เมื่อ 4 เดือนที่แล้วกับเงื่อนไขทางการเมืองที่ทำให้เรามีเวลาน้อยมาก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยปราศรัยที่ จ.สงขลา พาดพิงพรรคประชาธิปัตย์เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วคนสงขลา คนหาดใหญ่ ต้องเป็นคนให้คำตอบเพียงแต่เราอยากจะเห็นการหาเสียงที่แข่งขันกันในเรื่องนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา
“น่าเสียดายว่าหลายครั้ง รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยลงไปทุกครั้งพยายามด้อยค่าการทำงานของพรรคการเมืองอื่น สิ่งที่เราก็ตกใจคือบนเวทีปราศรัยวันก่อนของพรรคประชาชน ก็ดูเหมือนว่าจะทำให้เกิดการแบ่งแยกกระทั่งเรื่องคนหาดใหญ่ คนระโนด ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าในการปราศรัยใหญ่ ในวันที่ 6 ก.พ.นี้ จะสื่อสารกับคนทั้งประเทศอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราทำงานจนนาทีสุดท้าย ย้ำอีกครั้งว่าวันนี้เราเสนอทางเลือกทางรอดที่สำคัญสำหรับวิกฤติต่าง ๆ ถ้าเรามีโอกาสเข้าไปร่วมรัฐบาลได้เราจะเป็นผู้คุมเกมให้ประชาชนได้ มั่นใจในเรื่องการที่ต้องมีรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริตปราบทุนเทา สร้างบ้านเมืองสุจริตต้องมีแผนที่ชัดเจน ที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตเหมือนกับที่เราเคยโตในอดีตได้อย่างไร ต้องมาช่วยกันทำให้ประเด็นความละเอียดอ่อนความขัดแย้งในสังคมการเมืองค่อย ๆ หมดไปด้วยการหาทางออกร่วมกัน
เมื่อถามว่ามั่นใจในตัวเลข สส.ที่จะได้ จนทำให้ถูกจีบเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่อยากคาดเดาตัวเลขแต่ขอจากประชาชนว่าถ้าเติมกำลังให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาก ๆ เราทำหน้าที่นี้ได้แน่นอน ส่วนการประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรคไหนและจะคุมเกมรัฐบาล จะทำให้ไม่ถูกเทียบเชิญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนเลือกเราเยอะ เขาก็หนีไม่ออก



