สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่า เหตุการณ์เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางวิสามัญผู้ประท้วง 2 ราย ในเมืองมินนีแอโพลิสเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อให้เกิดความโกรธเคืองอย่างกว้างขวางในสหรัฐ และการเรียกร้องให้ยุติการบุกจับผู้อพยพในเมือง แต่รัฐบาลวอชิงตันยังลังเลที่จะเปลี่ยนแนวทาง

“ผมเรียนรู้ว่า บางทีเราอาจใช้แนวทางที่อ่อนโยนกว่านี้สักหน่อย แต่คุณก็ยังต้องเข้มงวดอยู่ดี” ทรัมป์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอ็นบีซี หลังเขาถูกถามว่าได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ในเมืองมินนีแอโพลิส

NBC News

ก่อนหน้านี้ นายทอม โฮแมน ผู้อำนวยการด้านนโยบายควบคุมพรมแดนของทำเนียบขาว ประกาศว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง 700 นาย จะเดินทางออกจากรัฐมินนิโซตา แต่เขาเสริมว่าจะมีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ประมาณ 2,000 นาย หลังการถอนกำลัง พร้อมกับให้คำมั่นว่า การเนรเทศผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารจะดำเนินต่อไป

“ประธานาธิบดีทรัมป์ มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ ในการบรรลุเป้าหมายการเนรเทศครั้งใหญ่ และการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง จะดำเนินต่อไปทุกวันทั่วประเทศ” โฮแมน กล่าวเพิ่มเติม

ด้านนายเจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนีแอโพลิส และนายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ซึ่งทั้งสองคนเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต กล่าวว่า การประกาศถอนเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางออกจากเมือง ถือเป็น “การดำเนินการในทิศทางที่ถูกต้อง” อย่างไรก็ตาม พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลกลางสหรัฐ เร่งยุติปฏิบัติการปราบปรามผู้อพยพในรัฐมินนิโซตาด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS