เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 5 ก.พ. 69 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวว่า ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมขอประกาศตัวยืนอยู่ข้าง “คนฐานราก” ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ โดยพรรคได้วางแนวทางเศรษฐกิจที่มุ่งทำให้ฐานของระบบเศรษฐกิจแข็งแรง เปรียบเสมือนการเสริมฐานปิรามิดให้มั่นคง เพื่อให้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของนโยบายดังกล่าวคือเกษตรกร ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศ หากคนกลุ่มนี้มีรายได้มั่นคงและคุณภาพชีวิตดีขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมจะเดินหน้าได้อย่างแข็งแรง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า นโยบายเศรษฐกิจของพรรคจะเน้นการดูแลราคาสินค้าเกษตรควบคู่กับการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ โดยในส่วนของภาคเกษตร พรรคเสนอการยกระดับราคาสินค้าด้วยกลไกตลาด ผ่านการบริหารสมดุลอุปสงค์และอุปทาน ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกรดคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่า แทนการแข่งขันด้านปริมาณ พร้อมใช้แนวทางชะลอการขายในช่วงผลผลิตล้นตลาด โดยให้สถาบันเกษตรกรเป็นผู้เก็บสต๊อกสินค้าในช่วงราคาตกต่ำ และให้รัฐสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ในการเก็บสต๊อก วิธีนี้ถูกมองว่าจะใช้งบประมาณน้อยกว่านโยบายจำนำหรือประกันราคาที่ผ่านมา ซึ่งมักมีปัญหาช่องโหว่และข้อครหาด้านการทุจริต อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่านโยบายประกันกำไรทำได้ยากในทางปฏิบัติ เพราะต้นทุนของเกษตรกรแต่ละรายไม่เท่ากัน
“พรรคกล้าธรรม ประกาศจุดยืนด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยคัดค้านการเปิดเสรีการค้าสินค้าเกษตรที่อาจทำให้เกษตรกรไทยเสียเปรียบ พร้อมผลักดันมาตรการเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ชายแดน เพื่อสกัดสินค้าเกษตรเถื่อนที่กระทบราคาภายในประเทศ” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรม ยังเสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้างหนี้ผ่านการตั้ง “สหกรณ์กลาง” เพื่อบริหารจัดการหนี้ทั้งภาคเกษตรและหนี้ครู โดยเฉพาะกลุ่มครูที่มีภาระหนี้สูง พรรคตั้งเป้าให้ผู้กู้มีเงินเหลือใช้หลังชำระหนี้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20-30 ของรายได้ต่อเดือน พร้อมเสนอให้ปฏิรูปอำนาจนายทะเบียนสหกรณ์ให้เข้มงวดในการกำกับดูแลใกล้เคียงมาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อป้องกันความเสียหายจากการบริหารผิดพลาด และยกระดับสหกรณ์ให้เป็นกลไกสำคัญในการแก้หนี้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงนโยบาย “Set Zero” เพื่อแก้ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์และขบวนการสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ด้วยการคัดกรองบุคคลที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ และปิดช่องทางธรรมชาติที่ถูกใช้ลักลอบเข้าออกประเทศ โดยมาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องเศรษฐกิจภายใน และสร้างเสถียรภาพให้คนฐานรากสามารถยืนได้อย่างมั่นคงในระบบเศรษฐกิจไทย
“วันนี้ปัญหาใหญ่ของประเทศไม่ใช่แค่จีดีพี (GDP) โตหรือไม่โต แต่คือคนส่วนใหญ่ของประเทศยังลืมตาอ้าปากยาก เกษตรกรขายของไม่ได้ราคา ครูเป็นหนี้ทั้งชีวิต แบบนี้เศรษฐกิจจะเข้มแข็งได้อย่างไร เราจึงต้องเริ่มจากฐาน พรรคกล้าธรรม จึงขอเป็นตัวแทนของคนระดับล่าง เราจะเดินหน้าแก้หนี้ ยกระดับราคาพืชผล และปกป้องตลาดในประเทศ ผมเชื่อว่าคนฐานรากจะลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง และเมื่อฐานแข็งแรง ประเทศไทยจะเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่โตบนความเปราะบางเหมือนที่ผ่านมา” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว.



