เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องทบทวนบทบาทตัวเองก่อนสร้างวิกฤติศรัทธาต่อ “ระบอบประชาธิปไตย” การเลือกตั้ง คือ หัวใจของระบอบประชาธิปไตย และเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้สิทธิกำหนดอนาคตของประเทศด้วยตนเอง ดังนั้น หน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง จึงต้องมีมาตรฐานสูงสุดทั้งในด้านความพร้อม ความรอบคอบ และความเป็นธรรม
สิ่งที่สังคมกำลังไม่พอใจ และตั้งคำถามอย่างหนักในขณะนี้ คือ การทำหน้าที่ของ กกต. จากกรณีการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ปรากฏข้อผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในด้านการอำนวยความสะดวกให้ผู้ไปใช้สิทธิ การบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งไปจนถึงความผิดพลาดที่ส่งผลโดยตรงต่อ “ความถูกต้องของคะแนนเสียงและเจตนารมณ์ของประชาชน”
เสียงสะท้อนความโกรธ และความไม่พอใจจากประชาชนในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กแต่เป็นสัญญาณเตือน ที่ชัดเจนว่าผู้รับผิดชอบระบบการจัดการเลือกตั้งกำลังมีปัญหา และน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความพร้อมในการจัดการการเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 8 ก.พ. ความน่ากังวล คือ ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ครั้งแรกแต่ กกต. ถูกตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งก่อนและรุนแรงที่สุด คือ กรณีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีข้อกล่าวหาเรื่อง “การฮั้ว” จนนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่จนถึงวันนี้สังคมยังไม่เห็นความชัดเจนของการจัดการปัญหาอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรม รวมทั้ง ยังไม่เห็นการปรับปรุงการทำงานที่ผิดพลาดให้ดีขึ้น
กกต. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมาจากกระบวนการคัดเลือกโดยวุฒิสภายิ่งต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนมากกว่าหน่วยงานใด หน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่เพียง “จัดให้มีการเลือกตั้ง” แต่ต้องจัดการเลือกตั้งที่ โปร่งใส เที่ยงธรรม ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ที่น่ากังวล คือ เมื่อวุฒิสภาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการคัดเลือก กกต. ขณะเดียวกัน การได้มาซึ่งวุฒิสภากลับถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สังคมจะตั้งข้อสงสัยถึง “วงจรอำนาจที่เชื่อมโยงกันเอง” ระหว่างองค์กรอิสระกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการจัดการเลือกตั้งที่มีข้อบกพร่อง
เมื่อการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อการร้องเรียนจำนวนมากไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน และเมื่อคดีใหญ่ระดับประเทศ ยังไม่เห็นผลการจัดการที่เป็นรูปธรรม คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ความบกพร่องเหล่านี้เป็นเพียงความไร้ประสิทธิภาพ หรือกำลังเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กับใครบางกลุ่ม การตั้งคำถามต่อ กกต. ในวันนี้ คือการปกป้องความหมายของการเลือกตั้ง ปกป้องระบอบประชาธิปไตย เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือของอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน และไม่ตกเป็นเครื่องมือของพรรคการเมือง
ทางออกของเรื่องนี้ ไม่ใช่ความสิ้นหวังแต่คืออำนาจของประชาชนเอง เพราะเราสามารถเปลี่ยน กกต. ได้ด้วยการกาเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงกลไกตรวจสอบ ถ่วงดุล และความยึดโยงกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย และทำให้การเลือกตั้งมีความหมายตรงตามเจตจำนงของประชาชน วันที่ 8 ก.พ. ต้องช่วยกับจับตาการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ไม่ให้เกิดความบกพร่อง หรือผิดพลาด 8 ก.พ. ต้องไปเลือกตั้ง “ไม่เลือกพรรคการเมืองที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง”



