เมื่อเวลา 07.09 น. วันที่ 6 ก.พ.นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฯ นำคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธญา หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพี่น้องประชาชนชาวพระนครศรีอยุธยา ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฯ เริ่มต้นที่ ศาลหลักเมือง อยุธยามหาปราสาท สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) และพระบรมสารีริกธาตุ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา เป็นปฐมฤกษ์ก่อนการจัดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ประจำปี 2568” เพื่อเฉลิมฉลองที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา

จากนั้น นางเตือนใจ ตรีบุบผา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางรำจาก 16 อำเภอ จำนวนกว่า 1,893 คน ร่วมรำถวายสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง ที่บริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รำประกอบเพลง “ยอยศพระรามาธิบดีที่ 1” โดยเนื้อเพลงบรรยายถึงพระปรีชาสามารถของพระเจ้าอู่ทอง การกำเนิดของกรุงศรีอยุธยา รวมถึงศิลปวัฒนธรรมและการทำมาค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้น

นายชวนินทร์ กล่าวว่า ก่อนจะเริ่มการจัดงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลกทุกครั้ง จะมีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในจังหวัดฯ เพื่อขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองในการจัดงาน รวมถึงเป็นการบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ เพื่อเฉลิมฉลองการได้รับขึ้นทะเบียนเมืองมรดกโลก และประชาสัมพันธ์การจัดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ประจำปี 2568 ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นการตอกย้ำให้โลกรู้ว่าอยุธยามีความสวยงามและน่าเที่ยว ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) เป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีไทย พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงขอเชิญชวนแต่งกายผ้าไทยร่วมประกาศกึกก้องความเป็นเมืองมรดกโลกในงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลกประจำปี 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป





