เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น พรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ประชาชนเปลี่ยนประเทศ  โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยโดยตั้งคำถามว่า “ว่าไงประชาชน” ส่งเสียงดัง ๆ ยาว ๆ ให้พวกเขารู้ว่าตัดสิทธิ์ยุบพรรคได้แต่ทำลายความหวังของประชาชนไม่ได้ ส่งเสียงดัง ๆ ยาว ๆ ให้เขารู้ว่าความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมมือ และครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม พอกันทีกับ 14 ล้านเสียงที่ไม่มีความหมาย ส่งเสียงดัง ๆ ยาว ๆ ให้เขาได้ยินว่าความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนต้องการ ความเปลี่ยนแปลงที่เชื่อถือได้ ความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนถวิลหามาถึงแล้ว จะล้มเหลวกี่ครั้งไม่เป็นไรสำเร็จครั้งนี้ครั้งเดียวพอ

นายพิธา กล่าวต่อว่า พอได้แล้วกับความพ่ายแพ้ พอได้แล้วกับความอยุติธรรม พอได้แล้วกับประเทศไทยที่อยู่ที่เดิม ผมยืนอยู่หน้าทุกท่าน 2 ปีหลังจากที่โดนตัดสิทธิ์ยุบพรรค เดินทางไปทั่วโลกเจอกับผู้คนมากมาย สรุปได้สั้น ๆ ว่าโลกปรับไทยต้องเปลี่ยน ยังไม่สายเกินไป ถ้าเราตั้งรัฐบาลประชาชนที่ประเทศของเราโดดเด่นในเวทีโลก

นายพิธา กล่าววต่อว่า ตนเดินทางไปที่ไหนทุกคนพูดแต่ปัญหามากกว่าศักยภาพ อยากจะรู้เหลือเกินว่าเหตุใดผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลไม่ตรงกัน เขาต้องการมาลงทุนในประเทศไทย แต่ประเทศของคุณมันซับซ้อนเกินไป  อยากจะเชียร์ก็เชียร์ไม่ขึ้น อยากจะกลับมาลงทุนก็ลงทุนไม่ได้ มันซับซ้อนเกินกว่าที่คนทั่วโลกจะเข้าใจ เต็มไปด้วยเงินไทยไม่ไหลออก เงินนอกไม่ไหลเข้า  เงินเทาเต็มประเทศ  ประเทศไทยเป็นคนห่วยของเอเชีย ช่วงเวลาเดียวกันนี้เวียดนามโต 40% ประเทศเราโตแค่ 5% เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ตอนนี้โตรั้งท้าย เราจะกลายเป็นประเทศที่แก่ก่อนรวยเพราะอายุเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 40 กว่าปี ปีนี้เป็นปีแรกในรอบ 75 ปีที่อัตราการเกิดของไทยน้อยที่สุด กำลังการผลิตลดลงไป 20% ภายในรอบ 5 ปี ยังไม่สายเกินไป ถ้าวันที่ 8 ก.พ. นี้จะเข้าคูหากาเพื่อเปลี่ยน เลือกหมายเลข 46 ส่งนายกฯ เท้ง เข้าทำเนียบรัฐบาล

นายพิธา กล่าวว่า ยังไม่สายเกินไปที่จะจัดตั้งรัฐบาลที่คนไทยภูมิใจและโดดเด่นในเวทีโลก ในเวลาที่ระเบียบโลกเป็นโลกที่ไร้ระเบียบ แต่ก่อนความชอบธรรมคืออำนาจแต่ตอนนี้อำนาจคือความชอบธรรม จำเป็นที่จะต้องมีรัฐบาลที่มีความชัดและความพร้อมเข้าไปเปลี่ยนประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม ให้นายกฯ เท้ง เข้าไปทำให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต ตนอยากจะขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ที่ยอมจุดไฟในสายลม เมื่อไฟจุดติดแล้วประชาชนจะไม่มีวันยอมให้ไฟนั้นดับ ขอบคุณพรรคก้าวไกล เพื่อน ๆ ทุกคน อาสาสมัคร สมาชิก ประชาชนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนี้มีคนตะโกนว่า “ส้มรักพ่อ” นายพิธา จึงตอบกลับว่า “พ่อก็รักส้มครับ” ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดได้สนั่นฮอล ก่อนจะกล่าวถึงคนที่คิดถึงมากที่สุดคือน้องพิพิม ลูกสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้พ่อตลอดมา พ่อจะสู้เพื่อหนูและคนรุ่นหนูทุกคน“

นายพิธา กล่าวทิ้งท้ายว่า การปราศรัยครั้งนี้เป็นการปราศรัยครั้งสุดท้าย มั่นใจว่าวันที่ 8 ก.พ. นี้ จะได้ชัยชนะ มั่นใจว่าไม่เคยจะชนะเยอะขนาดนี้มาก่อน ขอให้ฉลองกันอย่างเต็มที่ ”คิดถึงผมจนกว่าเราจะพบกันใหม่ครับ”