เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานผลการเลือกตั้ง สส.กำแพงเพชร ทั้ง 4 เขต อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 21.34 น.

เขต 1: “ไผ่ ลิกค์” พรรคกล้าธรรม เบอร์ 2 ได้ 8,618 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ ไผ่ ลิกค์ เป็นแชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่ที่ฝังรากลึกและมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน แม้จะเผชิญกับกระแสคนรุ่นใหม่อย่าง “ปริญวัฒน์ ทวีกิจศิรพงษ์” (ประชาชน) และแรงหนุนพรรคจาก “ชัยพันธ์ ศรีคชไกร” (เพื่อไทย) แต่ด้วยความคุ้นเคยและฐานเสียงดั้งเดิมที่เหนียวแน่น ทำให้ยังคงรักษาเก้าอี้ไว้ได้เหนือตัวบุคคลและสีเสื้อพรรคคู่แข่ง

เขต 2: “เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์” พรรคกล้าธรรม เบอร์ 3 ได้ 18,520 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ เพชรภูมิ แชมป์เก่าที่ต้องรับศึกหนักรอบด้าน ทั้งจาก “ธนากร รัตนากร” (เพื่อไทย) ลูกชายวราเทพ รัตนากร ซึ่งเป็นคนเคยอยู่บ้านเดียวกัน และ “สุกิจ ศุภกิจเจริญ” (ประชาชน) ที่หวังเจาะกระแสเปลี่ยนผ่าน แต่สุดท้ายผลงานเชิงพื้นที่และบารมีเชิงเครือข่ายของเพชรภูมิ ยังคงทำงานได้ดีกว่า เบียดเอาชนะคู่แข่งสำคัญไปได้ในเกมที่วัดกันด้วยบารมี

เขต 3: “นพพล ผลอำนวย” พรรคเพื่อไทย เบอร์ 4 ได้ 18,193 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ นพพลทายาทการเมืองที่สานต่อฐานเสียงจากคุณพ่อได้สำเร็จ เป็นสนามการปะทะกันของ “ทายาทแชมป์เก่า” อย่างแท้จริง โดยนพพลสามารถเอาชนะ “พิชญา อาภรณ์รัตน์” (พลังประชารัฐ) ลูกสาว พ.ต.ท.ไวพจน์ และ “จรัญ อิสระบัณฑิตกุล” (พลังประชารัฐ) ไปได้ สะท้อนให้เห็นว่าในเขตนี้ต้นทุนทางนามสกุลและความขยันในพื้นที่ของเพื่อไทยยังคงมีพลังเหนือคู่ชิง

เขต 4: “สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์” พรรคเพื่อไทย เบอร์ 7 ได้ 15,857 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ สุรสิทธิ์ นักการเมืองรุ่นใหญ่มากประสบการณ์ที่อาศัยบารมีและแรงหนุนจากพรรคเพื่อไทย เอาชนะอดีตคนกันเองอย่าง “ปริญญา ฤกษ์หร่าย” (กล้าธรรม) ไปได้ ในสนามที่คะแนนพลิกผันได้จากรายละเอียดเพียงเล็กน้อย สุรสิทธิ์พิสูจน์ให้เห็นว่าความเก๋าเกมและการคุมพื้นที่คนละโซนกับคู่แข่งคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คว้าชัยในศึกครั้งนี้