รายงานผลการเลือกตั้ง สส.เชียงใหม่ 2569 (อย่างไม่เป็นทางการ) เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมรภูมิเลือกตั้งเชียงใหม่กลายเป็น “สุสานบ้านใหญ่” หลังปิดหีบนับคะแนน ผลปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยที่มีเจ้าของพรรคเป็นคนเชียงใหม่แท้ๆ กลับ “สูญพันธุ์” ไม่เหลือ สส. แม้แต่ที่นั่งเดียวจาก 10 เขต โดยที่นั่งถูกแบ่งเค้กออกเป็นสองขั้วชัดเจน 1. พรรคประชาชน (ส้ม) ยึดหัวเมือง 6 ที่นั่ง ฐานเสียงปัญญาชนและคนรุ่นใหม่ยังเหนียวแน่น กวาดเรียบพื้นที่ไข่แดงและปริมณฑล เขต 1 เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เขต 2 การณิก จันทดา เขต 3 ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล (ล้มบ้านใหญ่สันกำแพง) เขต 4 พุธิตา ชัยอนันต์ เขต 5 สมชิด กันธะยา เขต 8 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์

2. พรรคกล้าธรรม (เขียว) ยึดชายขอบ 4 ที่นั่ง ใช้ยุทธวิธี “ใจถึงพึ่งได้” เจาะฐานรากเกษตรกรในอำเภอห่างไกลสำเร็จ เขต 6 สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ เขต 7 การุณย์ คูเจริญชัยกุล เขต 9 นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ (แชมป์เก่ารักษาฐานปึ้ก) เขต 10 นรพล ตันติมนตรี

หากมองย้อนให้ลึกการการเมืองวันนี้ ทำไม “เพื่อไทย” ถึงตายคาบ้าน? คือ “บุญเก่าหมด-นโยบายไม่ตรงปก” จากที่เคยขายชื่อ “ไทยรักไทย” ว่าเชี่ยวชาญเศรษฐกิจ แต่ในรัฐบาล “เศรษฐา-แพทองธาร” กลับสอบตกในสายตาชาวบ้าน นโยบายที่เคยคุยไว้ทำไม่ได้จริง ความขลังของตระกูลชินวัตร ที่เคยเป็น “ของตาย” ในเชียงใหม่ จึงกลายเป็น “ของแสลง” ที่คนพื้นที่เริ่มส่ายหน้า พิษคลิปฉาว “อังเคิล” และความสัมพันธ์กัมพูชา นี่คือหมัดฮุคที่น็อกเพื่อไทยกลางอากาศ! คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “แพทองธาร กับ ฮุน เซน” กลายเป็นชนวนเหตุที่คนไทยรับไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อนำไปสู่การปะทะชายแดนจนทหารไทยต้องสังเวยชีวิต ความสนิทสนมเกินงามระหว่างตระกูลชินวัตรและตระกูลฮุน (ที่คนไทยส่วนใหญ่ยี้เข้ากระดูกดำ) ทำให้คนเชียงใหม่รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในอธิปไตย จนเทคะแนนหนีไปให้พรรคอื่นแทน และยุทธศาสตร์ “สองคม” ของคู่แข่ง พรรคประชาชน ครองใจคนชั้นกลางและนักศึกษาด้วยอุดมการณ์และการเมืองใหม่ ส่งผลให้บัญชีรายชื่อนำโด่งถึง 365,841 คะแนน ทิ้งห่างเพื่อไทยไปไกล แม้กระทั่ง พรรคกล้าธรรม ภายใต้การนำของ ผู้กองธรรมนัส ที่ส่งผู้สมัครลงไปคลุกฝุ่นแก้ปัญหาน้ำ-เกษตรแบบถึงลูกถึงคน ถูกใจชาวชนบทที่เน้น “พึ่งพาได้จริง” มากกว่านโยบายขายฝัน

ส่วนเรื่องประชามติ คนเชียงใหม่ “เอา” รัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่อง สส. แต่การออกเสียงประชามติยังสะท้อนความต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดยคะแนนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พุ่งสูงถึง 685,604 คะแนน (กว่า 95% ของการนับคะแนน) ตอกย้ำว่านาทีนี้คนเชียงใหม่ต้องการ “ล้างไพ่” การเมืองแบบเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง!

ชัยชนะของพรรคกล้าธรรมในเขตพื้นที่เกษตร และความพ่ายแพ้ของเพื่อไทยในสันกำแพง คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงเข้ม.