นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่ายินดีของวงการบันเทิงไทย หลังจากก่อนหน้านี้คู่รักคนดัง “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” และ “ณัฐ ณิชชา ธนาลงกรณ์” ได้เผยภาพผ่านทางอินสตาแกรม ซึ่งเป็นภาพลูกชายคนแรกที่ตั้งชื่อว่า ด.ช.ภูคิณ เทนต์ เอเวอร์ริ่งแฮม เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุด อนันดา-ณัฐ ได้ควงคู่พากันออกมาเปิดใจครั้งแรก ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 Zone B โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) สีลม ถึงวินาทีแรกที่เห็นหน้าลูกชาย พร้อมเผยสาเหตุที่ไม่ได้แจ้งข่าวทันทีเนื่องจากลูกชายต้องเข้าห้องไอซียูทันทีหลังคลอดเนื่องจากเกิดภาวะหายใจเร็ว และที่มาชื่อสุดเก๋

อนันดา เผยว่า “วินาทีแรกที่เห็นก็คือ (น้ำตาคลอ) ตั้งสติแป๊บนึง มันเป็นความรู้สึกที่ทุกอย่างมันท่วมตัว ขนาดเราตั้งสติทุกอย่างก่อนเข้าผ่าคลอดแล้ว คิดว่าเรานิ่งแล้ว และบรรยากาศในห้องคลอดคือสบายสุดๆ แล้ว ทุกคนแฮปปี้คุยกัน แต่พอโมเมนต์ที่เอาน้องออกมา แล้วเราได้ยินเสียงน้อง คือมันมีความรู้สึกท่วมตัวไปหมดเลย มันพูดไม่ถูกเลย พูดตอนนี้ก็ยังรู้สึกเลย มันทั้งรู้สึกแฮปปี้ ปลื้มปิติ เป็นห่วง กังวล ทุกสิ่งทุกอย่าง คือเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างยูนีค ครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกแบบนี้ คือตอนน้องออกมา มันจะมีจังหวะที่เรารู้ว่าออกมาแล้ว เป็นจังหวะที่เร็วมาก เป็นช่วงที่มันเหมือนเราตั้งตัวไม่ถูก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เราได้ยินเสียงร้อง พอได้ยินเสียงร้องคือเราทำตัวไม่ถูกเลย มือไม้สั่น น้ำตาคลอร้องไห้ ทั้งแฮปปี้ แล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ แต่ก็มีคนมาบอกว่าต้องทำอะไรต่อ คือเหมือนเราเพิ่งมาตั้งสติได้ตอนที่ออกจากห้องคลอดแล้ว แล้วเราก็เจอญาติๆ ทุกคน มันก็เริ่มหายใจออกแล้ว และก็เดินไปอีกห้องเพื่อที่จะมาทำการสกรีนทูสกิน เราก็ได้อุ้มครั้งแรก ตอนนั้นเราก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ดีขึ้น มันก็เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึกเพราะน้องก็ร้องไห้ด้วย เราก็ไม่เคยเป็นพ่อมาก่อนก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง เราก็หันหน้าไปหาพยาบาล เขาก็บอกว่าเราทำถูกแล้ว คือตัวเขาเล็ก เราก็ไม่รู้ว่าเราต้องจับแบบไหน อุ้มเขาแบบไหน แต่พอได้อยู่กับเขา มันก็เหมือนว่าทุกอย่างก็นิ่งลง คือที่หลายคนบอกว่าเป็นเมจิกโมเมนต์มันก็เกิดขึ้นตามนั้น เราก็อยู่กับเขา คือมันเหมือนมีแค่เราสองคน แม้ว่าจะมีคนเต็มห้องไปหมดเลย”

“คือวินาทีที่เราได้อุ้มเขา มันมีหลายโมเมนต์ เพราะว่าที่ผ่านมาสามวันมันก็มีเรื่องราวอยู่เยอะเหมือนกัน มันก็มีตอนที่เราอุ้มและรู้สึกว่าว้าวเราเป็นพ่อแล้ว หลังจากนั้นก็ต้องมีช่วงคุยกับหมอ แล้วน้องเขาก็มีปัญหานิดหน่อย มันคือเหตุผลที่เราไม่ได้โพสต์อะไรทันทีเลย คือมันมีช่วงที่หลังที่น้องเขาคลอดประมาณ 4 ชั่วโมง มีปัญหาเรื่องการหายใจ คือหมอบอกว่าเป็นอาการของเด็กแรกเกิดที่เขาต้องปรับตัว ต้องไล่น้ำออกจากร่างกาย แต่ต้องปรับตัวกับการเป็นคนที่ต้องอยู่ข้างนอกท้องแม่ คือเด็กบางคนจะปรับตัวยากหน่อย ซึ่งทางโรงพยาบาลเขาค่อนข้างป้องกันเร็ว เพราะเห็นว่าน้องเริ่มหายใจเร็วก็เลยรีบพาเข้าห้องไอซียูเลย ซึ่งหมอก็บอกว่าไม่ได้เป็นภาวะที่พบยาก ประมาณ 20-30% ก็พบได้ คือเหมือนใส่ออกซิเจนช่วยให้เขาหายใจดีขึ้น ปรับตัวเร็วขึ้น ภายใน 24 ชั่วโมงเขาดีขึ้นเร็วมาก แล้วก็พอ 48 ชั่วโมงก็ได้ถอดสาย ตอนนี้ก็ปกติแล้ว เป็นทารกปกติ แต่เราก็เป็นห่วงภรรยามาก เพราะหลังจากผ่าคลอดเขาต้องไปพักฟื้น ไปเย็บแผล ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งเขาก็จำว่าเดี๋ยวพอเขาฟื้นตัวเขาจะต้องเจอลูก ซึ่งเราก็ไม่รู้จะเล่าให้เขาฟังยังไง บอกให้เขาพักผ่อนนอนไปเถอะคุณแม่ แต่เขาก็ติดอยู่ในหัวว่าลูกอยู่ไหน แต่เราก็พยายามจะกล่อมให้เข้านอน สุดท้ายเราก็มาเล่าให้เขาฟังว่าเป็นยังไง แต่ด้วยอาการคุณแม่ยังมึนยาสลบ เขาก็จะพูดแล้วเขาจะลืม แล้วก็จะพูดใหม่ ทั้งคืนเลยกว่าจะนอน เราก็เล่าให้ฟังอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเราก็บอกว่าไม่ต้องห่วงพอคุณฟื้นตัวคุณก็จะได้เจอเขา”

ณัฐ เผยว่า “น้องมีสภาวะหายใจเร็ว คือเหมือนเกิดมาแล้วเขาเหนื่อยง่ายนิดนึง ก็เลยไปตรวจก็เลยพบว่าเขาหายใจเร็ว ก็เลยต้องเข้าไปอยู่ในตู้อบ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรซีเรียส ทำให้เราไม่ได้โพสต์ออกไปทันที เพราะว่าพ่อกับแม่ก็ยังไม่พร้อม เพราะณัฐก็ยังเมายาสลบอยู่ ฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่รู้ก็คือหมอบอกว่าลูกต้องอยู่ในตู้อบยังเข้าเต้าไม่ได้ จากตอนแรกที่เราตกลงว่าพอเราคลอดปุ๊บ 3 ชั่วโมงปุ๊บก็จะเข้ามาเข้าเต้าเลย แต่ทุกคนก็พยายามบอกแม่ว่าก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะฟื้นขึ้นมาไม่ถึง 10 กว่าชั่วโมง ณัฐก็เดินไปหาน้องเลย แผลก็ได้ถึงหายเร็ว แต่ขอบคุณคุณหมอ น้องหายไวมากภายใน 24 ชั่วโมง แต่ก็รอดูสังเกตอาการ จนอาการโอเค ณัฐก็เลยได้โพสต์ เพราะเราอยากรอให้มั่นใจก่อนว่าไม่ได้เป็นอะไร คือตอนนั้นณัฐก็ถามหมอว่าถ้าเดินแผลฉีกไหม หมอบอกว่าเย็บ 10 ชั้นแผลสวยมากเล็กนิดเดียว ตามสบายเลยไม่เจ็บ จากนั้นเราก็เดินเลย ถามว่าไม่แกล้งอ่อนแออ้อนสามีเหรอ คือโห ไม่ทันแล้วพี่ แต่พอย้อนไปตอนที่ท้องอยู่ณัฐไม่ได้มีอาการอะไรเลย”

“ส่วนชื่อลูก น้องชื่อว่า “ภูคิณ” คำว่าภูแปลว่าแผ่นดิน ส่วนคำว่าคิณแปลว่าคนที่ยิ่งใหญ่ แต่คือเราเอาคำมารวมกันเอง มันไม่ได้มีชื่อนี้จริงๆ คือมันก็มาจากหลายๆ อย่าง อยากได้หลายความหมาย อยากได้รวมเลขสวย (หัวเราะ) มีหลายศาสตร์อยู่ มีหลายชื่อส่งให้หลวงปู่เลือก ประมาณ 5 ชื่อ แล้วชื่อภูคิณก็เข้าวิน ส่วนชื่อกลางชื่อเทนต์ มาจากนามสกุลณัฐ ธนาลงกรณ์ แต่อยากได้สั้นๆ ก็เลยเป็นธนา แต่ธนาก็ยังไม่เพราะ ก็เลยลองเป็น than แล้วก็ตัด a ทิ้ง เปลี่ยนเป็น e พอลองไปเสิร์ชดูก็มีความหมายเพราะดี ก็เลยกลายเป็นเทนต์ (thane) แต่หลวงปู่ที่มีศักดิ์เป็นพ่อบุญธรรมของณัฐที่ จ.สกลนคร ท่านบอกว่าชื่อจริงชื่ออะไรก็ชื่อไป แต่ชื่อเล่นจะต้องเรียกว่าน้องพุทโธ ถามว่าแล้วต้องเรียกว่าอะไร กำลังเจรจากันอยู่ แต่ณัฐไปถามหมอพัฒนาการเด็กแล้ว ใครจะเรียกอะไรก็เรียกเลย ไม่เป็นไร เขาจะเลือกเอง”

อนันดา เผยทิ้งท้ายว่า “ส่วนเรื่องชื่อลูกก็ไม่ได้ตีกัน แต่ก็ใช้เวลานานอยู่ แต่ก็คงไม่มีให้ซ้ำ มันไม่ได้มาจากไหนเลย เราคิดกันเองเลย เราเอามาต่อกันเองเลย คือตอนนี้ก็มีชื่อเยอะอยู่ เพราะน้องก็มีชื่อจากพระด้วย ชื่อ “พุทโธ” อันนี้ผมให้ญาติเลือกเองเลย ต้องเรียกชื่อว่าอะไร ก็แล้วแต่เลย เดี๋ยวเด็กเขาก็เลือกเอง คือเขามีตัวเลือกเยอะไง เรียกเต็มๆ ก็ ภูคิณ อยากสั้นก็เป็นคิณ อยากใช้ชื่อกลางก็เทนต์ เข้าวัดก็เรียกว่าพุทโธ ได้หมดเลย แต่ก็มีคนทักว่าพุทโธต้องต่อด้วยธัมโม แล้วจะมาเมื่อไหร่ มีแต่คนถาม แต่ก็ใจเย็นๆ ก่อน เอาเท่านี้ก่อน”




