เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดประชุมสัมมนาระดับชาติ การดื้อยาต้านจุลชีพ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health)” เพื่อระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรับมือกับปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ

นายพัฒนา กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ เป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสาธารณสุข ที่สำคัญที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดยองค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดเป้าหมาย ลดการเสียชีวิตจากการดื้อยาต้านจุลชีพลง 10% ภายในปี 2573 ซึ่งประเทศไทยพร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว และขอย้ำว่าการป้องกัน และควบคุมปัญหาเชื้อดื้อยาไม่ใช่ภาระต้นทุน แต่เป็นการลงทุน เพื่ออนาคตของประเทศ เพราะหากไม่เร่งดำเนินการ จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน ระบบสาธารณสุข ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยมากกว่า 38,000 รายต่อปี และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาทต่อปี กระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกับภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางสุขภาพหนึ่งเดียว ครอบคลุมสุขภาพคน สัตว์ อาหาร และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้การติดเชื้อดื้อยาในกระแสเลือดลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างความตระหนักรู้ และการส่งเสริมการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย. มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ และในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลวงจรของยาต้านจุลชีพ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอดกว่า 10 ปี ของการดำเนินงานส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผล การพัฒนามาตรฐานร้านยา การเฝ้าระวังคุณภาพ และความปลอดภัยของยา การปราบปรามผลิตภัณฑ์ยาที่ผิดกฎหมาย รวมถึงร่วมพัฒนาระบบ เฝ้าระวังการบริโภค ยาต้านจุลชีพของประเทศ (Thai Surveillance of Antimicrobial Consumption: Thai SAC) เพื่อใช้ข้อมูลขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถลดการใช้ยาต้านจุลชีพในมนุษย์ได้ 19.5% และได้รับคะแนนการประเมิน Joint External Evaluation (JEE) ด้าน AMR เพิ่มขึ้นจาก 3 เป็น 4.2 จากคะแนนเต็ม 5 สะท้อนความก้าวหน้าของประเทศ ในการขับเคลื่อนนโยบาย ตามแนวคิด One Health พร้อมเดินหน้าจัดทำแผนปฏิบัติการระยะต่อไป เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายระดับโลกอย่างยั่งยืน.