สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า จากผลอย่างเป็นทางการของการเลือกตั้งทั่วไปในญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีนักการเมืองหญิงได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเพียง 68 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร คิดเป็นสัดส่วนเพียง 15% และลดลงจากการที่มีนักการเมืองหญิงได้รับเลือกตั้ง 73 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2567


สถิติดังกล่าวสวนทางกับการที่การเลือกตั้งของญี่ปุ่นในครั้งนี้ มีผู้สมัครหญิงสูงเป็นประวัติการณ์ 313 คน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 24% ของผู้สมัครทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สัดส่วนนั้นเพิ่มขึ้นจากปี 2567 เพียง 1%


แม้นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศ อย่างไรก็ตาม ในการเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว เธอแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่เคยให้สัญญาว่าจะเพิ่มสัดส่วนสตรี


ขณะเดียวกัน ทาคาอิจิยังคัดค้านการแก้ไขกฎหมายของญี่ปุ่น ซึ่งใช้มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 ที่กำหนดให้คู่สมรสต้องใช้นามสกุลเดียวกัน ด้านผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า ผู้นำหญิงญี่ปุ่นคนปัจจุบัน มีจุดยืนชนิดที่เรียกว่า “อนุรักษนิยมจัด” จนไม่น่าจะทุ่มเทหรือให้ความสนใจไปกับการปฏิรูปนโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกัน หรือ ดีอีไอ.

เครดิตภาพ : AFP