กลายเป็นหมัดฮุกหมัดตรงที่ส่งตรงถึงเหล่านักการเมืองแบบเน้น ๆ เมื่ออดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกขวัญใจชาวไทยอย่าง “สมจิตร จงจอหอ” ออกมาเปิดใจถึงอุณหภูมิการเมืองไทยปี 2569 ที่ร้อนแรงหลังการเลือกตั้ง ในงานแถลงข่าวรายการ BOXER BOYS ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังกับพฤติกรรมของนักการเมืองที่ยังคงใช้วาทกรรมเดิม ๆ มาล่อลวงใจประชาชน

เจ้าตัวได้เผยว่า “สำหรับการเมืองตอนนี้ดุเดือดเพราะเจอพิรุธหลายอย่างเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ผมเองก็เป็นประชาชนที่มีหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงอย่างบริสุทธิ์ และได้ไปเลือกตั้งมา ก็ผลการเลือกตั้งทุกอย่างเราก็ยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายก็อาจจะมีเรื่องของดราม่าต่างๆ นานา เราก็อยู่ภายใต้กฎหมาย เรามีกฎหมายบังคับใช้อยู่แล้ว อะไรที่มันผิดก็ว่าไปตามผิด อะไรที่ถูกก็ว่าไปตามถูก เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะให้เป็นประชาธิปไตยที่สุด ก็คือการใช้กฎหมายมารองรับว่าเราต้องการอะไร ถ้าอะไรผิดก็เอากฎหมายไปสืบสวนดูว่าผิดตรงไหนอย่างไร เราต้องยอมรับในสิ่งเรารู้สึกว่าเป็นประชาธิปไตยด้วย

ส่วนที่หลายคนบอกว่าประชาชนตัวเล็กไม่สามารถทำได้ ผมว่าประชาชนทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ถ้าหากเราอยากจะสืบว่ามันผิดเพราะอะไร นับผิดไหม เราก็ลองเข้าไปสู่กระบวนการของกฎหมายว่า มีวิธีการไหนที่จะสามารถนับใหม่ได้ ผมว่าข้อมูลกฎที่รองรับการเลือกตั้งมันมีอยู่แล้ว สิ่งสุดท้ายจริงๆ ก็คือขอให้ทุกคนมีคุณธรรมและจริยธรรมทุกครั้ง คุณธรรมและจริยธรรมการเมืองมันสำคัญที่สุด ในการทำงานเพื่อบริหารประเทศชาติ เพราะฉะนั้นหากเรื่องดราม่า มันมีทุกครั้งแหละไม่ใช่เฉพาะครั้งนี้ เลือกตั้งทุกครั้งก็จะมีดราม่าทุกครั้ง แต่พอความยุติธรรมนั้น ก็อยู่กับกฎหมายที่จะมารองรับว่าอะไรผิดอะไรถูก แค่นั้นเองครับ

แล้วหลายคนบอกว่ามันไม่โปร่งใส และอยากให้เลือกตั้งใหม่ คือถ้าหากมันผิด มันก็ต้องว่าไปตามผิด ถ้าเขตไหนผิด สรุปแล้วกติกาสากลบอกว่าผิดก็ต้องเลือกตั้งใหม่ หรือผิดเพราะอะไรก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย ผมว่าเราใช้สิทธิออกเสียงได้ แต่สุดท้ายถ้าเราอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ก็ต้องให้ความเคารพและให้ประชาธิปไตยต่อทุกๆ คนด้วย คนนี้ชอบสีนี้ คนโน้นว่าสีนี้ แต่สุดท้ายถ้าเราเอากระบวนการกฎหมายมาคุยเป็นบรรทัดฐานกลาง ผมว่าจะดีมากครับ

ในส่วนของเรื่องการเมืองถามว่ามีคนมาทาบทามเราไหม จริงๆ ก็มีหลายพรรคการเมืองที่มาทาบทาม ผมเองในความรู้สึกของการเมืองมันเป็นเรื่องใกล้ตัว แล้วก็เป็นหนึ่งคนที่เสียสละมาตลอด ตั้งแต่เราเกิดมา เราจำได้ว่าการให้มันเป็นสิ่งที่ดี เราเคยให้กับสังคมและเคยรับจากสังคม แต่วันหนึ่งพอเราเติบโต เจอสังคม เจอเหตุการณ์มากมายกับชาวบ้าน ชาวนาที่เราอยู่ พ่อแม่เราก็เป็นชาวนา ถูกเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา ทำนาทั้งปีก็ติดหนี้ ทำไมถึงไม่เกิดความเจริญให้กับชาวนา แล้วประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม เราเลยรู้สึกว่าถ้าหากเราเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องได้ ก็คงจะดีเนอะ แล้วหากผู้คนเหล่านี้เขาอยู่ได้ เกษตรกรรมบ้านเรามันก็ 70% ของประเทศ ถ้าหากคนเหล่านี้อยู่ได้ ทำไมประเทศชาติจะอยู่ไม่ได้ การท่องเที่ยวก็อยู่ได้ ประเทศไทยก็มีที่เที่ยวเยอะ พอมีคนมาทาบทามก็รู้สึกหวั่นๆ เหมือนกันนะว่า หรืออยากจะเป็นอาสาไปช่วย

คือผมเองเกิดมาเป็นลูกชาวนา เกิดมาเป็นคนที่ถูกกระทำมาตลอด แต่วันหนึ่งที่ผมสำเร็จ ผมจำไม่ลืมรากเหง้าของผม สมมุติว่าถ้าผมได้เป็น สส. หรืออะไรก็แล้วแต่ ได้เข้าไปลงการเมือง เราก็ไม่อยากเห็นความลำบากของพี่น้องเรา ที่เราเห็นมาตลอด เราก็อยากเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ทำให้ตรงนี้ดีขึ้น แต่ว่าผมยังไม่สามารถไปได้ เพราะว่าการเมืองมันแบ่งพี่แบ่งน้อง แบ่งสี เพื่อนผม 100 คน ผมอยู่สีนี้ 100 คนเกลียดผม 50 โดยที่ไม่ฟังอะไรเลย แค่เลือกสีก็ผิดแล้ว ผมรู้สึกว่าถ้าหากการเมืองบ้านเรามันสามัคคีกันเมื่อไหร่ ก็อาจจะมีสีสันตรงนั้นบ้าง

แล้วที่นโยบายของคุณอนุทินบอกว่า จะทำให้คนไทยรวยจนร้องขอชีวิต หลายคนก็มองว่าเป็นนโยบายที่ขายฝัน ถูกต้องครับ คือนโยบายทุกนโยบาย ทุกพรรคทุกการเมืองทุกสี มันขายฝันทั้งหมด โดยที่ไม่มีความเป็นจริง ผมบอกเลยว่ามันไม่มีความทำจริงได้อย่างที่พูด แต่เพราะการขายฝันเพื่อให้ตัวเองได้เข้ามาทำงาน เราจะไม่ว่าสีนี้ แต่ทุกสีไปดูได้เลย ขายฝันทั้งหมด ไม่มีใครพูดว่า “พรรคของผมจะทำให้เศรษฐกิจของเราดีขึ้น พี่น้องเกษตรกรจะดีขึ้น ราคาข้าวจะได้ดีขึ้น ราคาอ้อยราคาทุกอย่างจะดีขึ้น” ไม่มีพูด มีแต่พูดไปโจมตีบ้านโน้น เอาสีไปสาดบ้านนี้ บ้านโน้นไม่ดีบ้านนี้ไม่ดี แต่บ้านกูดี ผมว่ามันไม่ใช่ความเป็นสุภาพบุรุษของนักการเมือง เพราะฉะนั้นไอ้วาทกรรมเหล่านี้ขอให้หยุดเถอะครับ ทำยังไงที่จะให้คุณมีความจริงใจต่อประชาชน ประชาชนจริงใจกับพวกคุณอยู่แล้ว ให้คะแนนเสียงพวกคุณไปแล้ว ให้คุณบริหารประเทศแล้ว เมื่อไหร่คุณจะเลิกวาทกรรมแบบนี้สักที เอาเงินมาล่อ เหมือนพวกเราเป็นสุนัข โยนเศษอาหารข้างทางแล้วก็วิ่งกอบโกยกัน สุดท้ายคนที่รวยก็มีแต่เพื่อนพี่น้องของพวกคุณ ผมบอกทุกพรรคนะไม่ได้บอกเฉพาะพรรคนี้ เพราะฉะนั้นอยากให้ผู้นำ นายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลต่างๆ คนปัจจุบัน หรืออนาคตข้างหน้าที่จะเลือกตั้งใหม่ ขอให้มีคุณธรรมและจริยธรรม ถ้าคุณไม่ลึกซึ้งถึงคำว่าคุณธรรมและจริยธรรม มันก็ไปต่อไม่ได้ แต่ถ้าคุณมีสองคำนี้คุณจะรู้ว่าเราควรจะทำยังไงสำหรับผู้นำในวันนี้ครับ

ส่วนตัวมองว่าขายฝันเหมือนกัน เปิดดูได้เลยว่าพรรคไหนไม่มีบ้าง มันเป็นการขายฝันซึ่งเราโดนแบบนี้บ่อยๆ เราคนไทยฟังบ่อยๆ ทุกการเลือกตั้งเราจะได้ยินแบบนี้ เอาเงินมาล่อ มันเป็นการขายฝัน มันเป็นการซื้อเสียง เอาเสียงนี้มาล่อให้เรา เราก็ดีใจ ถ้าได้ก็คงจะดีนะ พี่น้องชาวเกษตรกรตายายได้ฟังดีใจ สุดท้ายแล้วเป็นไง พอคุณเลือกตั้งเป็นนายกฯ เป็นผู้บริหารประเทศ สิ่งนี้มันทำไม่ได้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ คุณจะให้คนละ 10,000 20,000 คนละ 1,000,000 2,000,000 คุณจะเอาเงินที่ไหนมาให้ คุณบริหารประเทศแบบนี้ คุณต้องบอกว่า “เอาละครับถ้าผมเป็นนายกฯ ผมจะทำให้สิ่งนี้เป็นแบบนี้ จะผลักดันเกษตรกรให้เป็นแบบนี้ให้ได้ตามที่บอก” พอคุณทำได้ ทำไมประเทศไทยจะไม่เจริญ เพราะเรามีทรัพยากรทั้งหมดแล้ว พูดแล้วมันขึ้น

ช่วงหาเสียงก็มี สส. เดินเข้ามาในบ้าน ถึงบ้านเลย คือเราเป็นคนที่มีความรู้นะและทุกคนก็มีความรู้ แต่ความรู้บางคนมันไม่เท่ากัน อย่างปู่ย่าตายายผม คนบ้านนอก เขาเอาเงินมาล่อ เดี๋ยวจะได้ 10,000 นึงนะยาย เขาก็ดีใจ เขาก็เลือก แต่เรามีปัญญาชน ฟังแล้วรู้สึกว่ามึงจะเอาเงินจากไหน สุดท้ายมึงก็ไปเอาภาษีของประเทศไทยมาผลาญ คือเอาอย่างนี้ได้ไหม ขอให้ทุกคนเอาแหให้ผมได้ไหม เดี๋ยวผมจะไปหาหว่านปลากินเอง หางานให้ผมทำได้ไหม ผมจะไปหาอาชีพทำเอง นี่คุณจะเอาเศษเนื้อมาให้ เอาเงินมาให้ เอาข้าวมาให้ แล้วผมทำอะไรเป็นล่ะ มันขึ้นนะ”