เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่รัฐสภา การประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 5 ของพรรคประชาชน (ปชน.) นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ได้มีการหารือถึงการแก้ไขปัญหาประเทศมาเลเซีย มีการสั่งห้ามนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์จากไทยชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยนายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า สืบเนื่องจากการกีดกันทางการค้าของมาเลเซีย มาจากปัญหาปลากะพงของมาเลเซียที่นำเข้าไทย มีการตรวจพบสารตกค้าง เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ทางมาเลเซียไม่พอใจ และได้มีคำสั่งห้ามนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์ของไทย ส่งผลกระทบอุตสาหกรรมกุ้ง 2 ส่วน คือการเพาะเลี้ยงและการทำประมงอวนลาก ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องรัฐบาลให้มีการเจรจาแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้จบภายใน 15 วัน โดยให้มีการเปิดด่านผ่อนปรนการนำเข้า เพราะกุ้งไม่สามารถรอนานกว่านี้ได้
นายเอกพจน์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน เราได้ส่งหนังสือและเอกสารต่อกรมประมงและรัฐบาล ซึ่งเป็นแผนงานแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบรวม 11 โครงการ วงเงิน 5,500 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น พ่อแม่พันธุ์กุ้ง, ลูกกุ้ง, การจัดการโรค, อาหารกุ้ง, การทำฟาร์มกุ้งคาร์บอนต่ำเพื่อส่งออกไปยุโรป รวมถึงการบริหารจัดการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุน ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสึนามิ 3 ลูก คือ โรค-สงคราม-ออร์เดอร์ต่างประเทศน้อย จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาโดยด่วน ด้วยการยกระดับแก้ไขปัญหาฟาร์มกุ้งทั้งระบบ
นายเดชรัต สุขกำเนิด กล่าวว่ามีข้อสรุป 4 ข้อว่า 1.ช่วง 10 วันหลังจากนี้ เป็น 10 วันอันตรายที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการไม่ให้กุ้งค้างในบ่อ ทำให้ราคากุ้งในฟาร์มภาคใต้พังทลาย 2.การเจรจามาเลเซียให้เกิดการผ่อนปรน ต้องใช้ทุกช่องทางให้มีการผลักดันการผ่อนปรน 3.ผลกระทบที่เกิดขึ้น เห็นว่ารัฐบาลยังไม่มีการประเมินอย่างเป็นระบบ และ 4.มาตรการรัฐบาลที่จะดูดซับผลผลิตส่วนเกินเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่ายึดติดตัวเลข 400 ตันต่อเดือน แต่ต้องทำให้ห่วงโซ่อุปทานกุ้งในภาคใต้ดำเนินการได้ปกติ ควบคู่กับการเจรจาให้เกิดการผ่อนปรนโดยเร็ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะจำกัด แต่ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 10 วัน ความเสียหายจะลุกลามบานปลายและส่งผลถึงการเลี้ยงกุ้งในรอบต่อไป
นายเดชรัต กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันก็จะติดตาม 2 ส่วน จากข้อเสนอว่าจะเข้าไปอยู่ในแผนงานในงบประมาณ 2570 หรือไม่ กับการมีคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ที่ไม่ได้ประชุมมานานแล้ว จะต้องมีการผลักดันให้ประชุมเพื่อเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ.



