กลายเป็นมหากาพย์วงการอาหารเสริมที่ดุเดือดกว่าเดิม หลังจากที่สองตัวแม่ “เมย์ วาสนา” CEO พันล้าน และ “หนิง ปณิตา” แทคทีมออกมาโพสต์ฉะเดือดเรื่องพฤติกรรมการรีวิวสินค้าที่ดูข้ามเส้นจริยธรรม ขยี้แบรนด์อื่นเพื่ออวยแบรนด์ตัวเอง ล่าสุดฝั่งที่ถูกพาดพิงอย่าง “อูน ชนิสรา” เจ้าของแบรนด์ดัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงแบบละเอียดยิบ 3 ข้อ พร้อมทวงคืนคำว่า “จริยธรรม” กลับไปถึงคู่กรณี โดยระบุข้อความว่า “จริยธรรมในการทำงาน และความ #ไร้จริยธรรม

1 จริยธรรมในการทำแบรนด์สินค้า สำหรับเรามองว่าการที่แบรนด์ใส่อะไรเยอะไปไม่ดี overdose ไม่ควร อันนี้เห็นด้วย แต่การใส่สารดีๆ เยอะๆ ตามงานวิจัย ในราคาที่เหมาะสม ดีมากๆ ค่ะ งงว่าเอามาเป็นประเด็นได้ไง งานวิจัยก็มีโต้งๆ ผู้บริโภคเลือกแบรนด์ได้ว่าอยากได้สินค้าที่โฟกัสอะไร แบรนด์เราก็ชัดเจนว่าเป็นเรื่องสารสกัดและ trademark จริง ที่ใส่ถึงตามที่เคลมจริง ไม่ผสมสารเจ้าอื่น เลือกหน้าตาซองรูปแบบการกินไปตามการเห็นผลลัพธ์ของสารสกัด พูดชัดเจนทุกครั้งที่สื่อสาร ที่บอกว่าให้หยุด educate ซักทีว่าใส่เยอะ=ดี …คือใส่เยอะถ้าตามงานวิจัย ไม่ดีตรงไหนคะ คนทำแบรนด์ควรรู้ข้อมูลและอธิบายชัดเจนได้ในสิ่งที่ตัวเองทำ ทำไมถึงต้องไม่บอกลูกค้าตามจริงว่าเราควรกินอะไรยังไง?

ส่วนผสมคอลลาเจนแต่ละเจ้าปกติยืนพื้นที่คอลลาเจนกันอยู่แล้ว เสริมอะไรเข้าไปก็ตามที่แบรนด์เชื่อว่าเวิร์ก อย่างเราชอบไฮยามากก็ใส่ แบรนด์มีหน้าที่บอกว่าในสูตรมีอะไรบ้าง ใส่เท่าไหร่ ลูกค้าชอบอะไรก็ซื้ออันนั้น ข้อมูลทุกอย่างที่แจ้งลูกค้าควรเป็นไปตามงานวิจัย ไม่ใช่ ai เพราะ ai ความน่าเชื่อถือไม่สูง แต่ถ้าแบรนด์ใส่อะไรชัดเจนแบบตรวจสอบได้และลูกค้าสามารถใช้ ai เป็นอุปกรณ์เสริมที่ให้คำตอบไวสุด อย่างน้อยถ่ายรูปเช็ก ก็ได้ข้อมูลสรุปคร่าวๆ แล้วนำไปสู่การอ่านงานวิจัยต่อได้ค่ะ ถ้าลูกค้าอยากได้ paper งานวิจัยใดๆ เค้ามาขอแบรนด์ได้เสมอ”

“2 จริยธรรมในการทำธุรกิจ เราก็ไม่สนับสนุนการทำธุรกิจแบบทำร้ายคนอื่นค่ะ พาร์ทธุรกิจเท่าที่ทำงานมาก็ไม่มีอะไรที่เอาเปรียบใคร เอาแค่พื้นฐานเลยคือการละเมิดเครื่องหมายการค้า เราเองก็ไม่สนับสนุนการผลิตสินค้าใต้เครื่องหมายการค้าคนอื่นเหมือนกันค่ะ ถ้าจำได้ GlassyX เคยมีเคสที่ ณ ตอนนั้นขึ้นศาลกันเรียบร้อย ไกล่เกลี่ยยอมความโดยทางแบรนด์ที่คุณผลิตให้ (ซึ่งฟ้องเราก่อนด้วยเพราะเราออกมาพูดว่าเครื่องหมายการค้ามันเหมือนกัน) เค้าก็ลงจดหมายขอโทษเราแล้ว ตัวแทนแบรนด์ด่าเราเสียหายในคอนเทนต์ จนขึ้นศาลอีกรอบ เค้าแพ้คดี ตอนนี้ยังจ่ายชดเชยเราไม่หมดเลย นี่ก็ไม่ทวงเพราะเค้าก็บ่นอะไรมามากมายว่าลำบาก

ซึ่งผู้ผลิตสินค้าในตอนนั้นคือคุณ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ว่าอะไร ให้มันผ่านไป แต่พอมาพูดเรื่องจริยธรรมธุรกิจ อาจจะต้องลองดูสิ่งที่คุณทำไว้ค่ะ สำหรับเราเรื่องนี้ชัดเจน”

“3 จริยธรรมในการทำรีวิว และคอมเมนต์ “ขอบคุณมากๆ นะคะ” ปกติเราไม่เคยบรีฟ ย้ำว่าไม่เคยแม้กระทั่งบรีฟหรือจ้างใครทำคลิปดิสเครดิตใคร และไม่เคยให้ข้อมูลสินค้าเทียบกับแบรนด์ใดๆ ค่ะ ในโซเชียลลูกค้าทำคลิป คนทำคลิปรีวิว ไม่ว่าจะชอบไม่ชอบสินค้า เทียบกับใครว่าอะไรดีกว่า ถ้าเราเห็นจะพิมพ์เมนต์ ขอบคุณมากๆ นะคะ และ รีโพสต์ จะชอบสินค้าหรือไม่ชอบ รีวิวเทียบหลายเจ้าถ้าเห็นคลิปก็เมนต์ เข้าใจว่าเป็นคลิปเปรียบเทียบที่ทางคุณไม่โอเคมากๆ เราก็ยินดีลบคอมเมนต์ไป คลิปต้นทางที่เช็กล่าสุดก็น่าจะลบไปแล้ว ลองทักไปคุยกับเค้าดูได้ถ้าอยากพูดคุย ส่วนเรื่องคอมเมนต์เราเองจะระวังมากขึ้นในการคอมเมนต์ใต้คลิปใดๆ จากนี้ ขออภัยมา ณ ที่นี้ที่ทำให้ไม่สบายใจค่ะ

คือจากที่อยู่ในโลกโซเชียลมา อะไรที่เป็นสิทธิของผู้บริโภคเราก็ให้เค้าทำไป แต่อะไรที่เกินเส้นกฎหมายก็ใช้กฎหมายช่วย ต่อให้บางคลิปเห็นแล้วเราสะเทือนใจ หรือแรงมาก และรู้ว่ามีเจตนาเชิงลบ เราก็มองข้ามไป ยกเว้นถ้ามีการนำเสนอให้เข้าใจผิดก็อธิบาย

สุดท้ายมองว่าวัดกันที่สินค้า อันไหนคนใช้แล้วชอบเดี๋ยวคุณภาพสินค้าจะตีความคอนเทนต์นั้นๆ เองว่ารีวิวนั้นถูกต้องตามจริงมั้ย คนดูน่าจะเป็นคนตัดสินได้ดีที่สุด ในมุมแบรนด์มองว่า สำคัญมากอีกอย่างคือไม่ใช้เงินจ้างให้คนทำรีวิวโดยบรีฟให้พูดถึงผลลัพธ์สินค้าที่เกินจริงกว่าที่เค้ารู้สึกเพื่อทำให้คนอยากได้ของ หรือใช้สินค้าจำนวนวันเยอะกว่าที่ใช้จริง และแบรนด์เองไม่ควรว่าจ้างให้เกิดคอนเทนต์โจมตีคู่แข่งในตลาด หรือใช้สื่อเพื่อขยายความโจมตีคู่แข่ง

ปล. มีพี่ๆ สื่อท่านไหน เพจไหน ที่ระบุชื่ออูนในคอนเทนต์ต้นทาง ขอตอบให้ตามนี้นะคะ ถ้าจะเอาข้อความไปฝากเอาไปให้ครบทั้งหมด ไม่ตัดท่อน แต่งเติม ขอบคุณมากๆค่ะ เท่านี้ที่คิด นอกนั้นก็แยกย้ายกันทำงานค่ะ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ “อูน ชนิสรา” ได้ร่ายยาวชี้แจงความจริงในมุมของตนเองออกไป ปรากฏว่ามีเหล่าแฟนคลับและผู้บริโภคตัวจริงแห่เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่ระบุว่า เข้าใจเจตนาที่อูนออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน เป็นต้น

ขอบคุณภาพจาก:Oun Chanisara