ผู้ที่มีภาวะกรดยูริกสูง หรือเป็นโรคเกาต์ “หมูสามชั้น” ไม่ได้เป็นเพียงอาหารที่ให้พลังงานสูงเท่านั้น แต่เปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ขนาดเล็ก ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเมตาบอลิซึมอย่างรวดเร็ว

รายงานวิจัยที่ระบุถึงการเปลี่ยนแปลง 5 อย่างที่อาจเกิดขึ้น หากรับประทานหมูสามชั้นในปริมาณมาก หรือบ่อยเกินไปสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้

5 การเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวล (ในระยะสั้น)

ระดับกรดยูริกพุ่งสูงฉับพลัน: แม้เนื้อแดงจะมีพิวรีนปานกลาง แต่การได้รับไขมันอิ่มตัวปริมาณมากจากส่วนมันหมู จะเข้าไปยับยั้งกระบวนการขับกรดยูริกออกทางไต ทำให้น้ำหนักของยูริกในเลือดสะสมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การอักเสบของข้อต่อ (เกาต์กำเริบ): กรดยูริกที่สูงขึ้นจะตกผลึกเป็นรูปเข็มตามข้อต่อ ไขมันในหมูสามชั้นยังกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกาย ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง และร้อนตามข้อ (โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่เท้าหรือข้อเท้า)

ระบบขับถ่ายและไตทำงานหนัก: ไตต้องรับภาระหนักขึ้นในการพยายามกรองยูริกที่ตกค้าง หากกินบ่อยเกินไปอาจนำไปสู่การเกิดนิ่วในไตหรือภาวะไตเสื่อมในระยะยาว

ความดันโลหิตและไขมันเลือดแปรปรวน: พลังงานและโซเดียม (จากการปรุงรส) ในหมูสามชั้นทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราว และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อหลอดเลือด

ภาวะดื้ออินซูลินชั่วคราว: การบริโภคไขมันอิ่มตัวสูงส่งผลต่อการทำงานของอินซูลิน ซึ่งโรคเมตาบอลิซึมอย่างกรดยูริกสูงมักจะมาคู่กับความเสี่ยงเบาหวาน การกินหมูสามชั้นจึงเป็นการซ้ำเติมระบบเผาผลาญให้พังเร็วขึ้น

ทำไมต้องระวัง “วิธีการปรุง”?


เมนูต้มตุ๋น/หม้อไฟ:
การเคี่ยวเนื้อสัตว์นานๆ จะทำให้สารพิวรีน ละลายออกมาอยู่ในน้ำซุปเข้มข้น การซดน้ำซุปจึงเท่ากับรับพิวรีนเข้าไปโดยตรง

การทอด/ปิ้งย่าง: เพิ่มสารก่อมะเร็งและทำให้ปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงขึ้นไปอีก

สำหรับคนที่ยังอดหมูกรอบไม่ได้


จำกัดปริมาณ: ทานเพียงเล็กน้อย (ไม่เกิน 2-3 ชิ้นเล็ก) นานๆ ครั้ง

กินคู่กับผัก: ใยอาหารในผักจะช่วยดูดซับไขมันบางส่วนและช่วยในการขับถ่าย

ดื่มน้ำตามมากๆ: เพื่อช่วยไตขับกรดยูริกส่วนเกินออกทางปัสสาวะ

เปลี่ยนส่วนเนื้อ: หากเป็นไปได้ ให้เลือกทาน สันในหมู หรือ เนื้อแดง แทนส่วนติดมัน

สำหรับผู้ที่มีกรดยูริกสูง หมูสามชั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความอ้วน แต่มันคือการขัดขวางไม่ให้ร่างกายกำจัดของเสีย (ยูริก) ออกได้ตามปกติ หากคุณเริ่มมีอาการเสียวแปลบตามข้อหลังมื้ออาหาร นั่นคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าควรพักเมนูนี้ด่วน.

ที่มาและภาพ : sohu, freepik