หลังจาก ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้แถลงผลการปฏิบัติ “เปิดปฏิบัติการ Ghost Buster ปราบร่างทรงซีเกมส์” ซึ่งทั้ง “โตเกียวเกิร์ล” หรือ นางสาวณภัทร วราสินธ์ และ “ก้อง ร่างทรง” ในนาม Cheerio ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ แล้วนำไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560”
เมื่อถูกถามถึงวิธีการในการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตหรือโกงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 เมื่อเดือนธันนวาคม 2568 “ก้อง ร่างทรง” ได้บอกไว้แบบนี้ “ตั้งแต่คัดตัว ผมเล่นให้เขา (โตเกียวเกิร์ล) มาตลอด แล้วก็ฝึกซ้อมผ่านดิสคอร์ด (แอปพลิเคชันสามารถคุยได้ทั้งแชต วิดีโอคอล แชร์ภาพจากหน้าจอโทรศัพท์) แชร์หน้าจอให้พี่เขา”
“แล้วก็ไอดี ผมได้มาตั้งแต่วันที่ 14 (ธ.ค.) ครับ ได้มาก่อน ผมล็อกอินไว้ก่อน เพราะถ้าไม่ล็อกอิน เดี๋ยวทางนู่นเขาจะเปลี่ยนรหัสจะทำให้เข้าอะไรไม่ได้ พอมาแข่งขันวันจริง เขาก็ให้ผมล็อกอินเกมเจอเวียดนาม เพราะเกมเจอ ติมอร์ เขามองว่าเขาจะเล่นเอง พอถึงวันที่ 15 ผมล็อกอิน แชร์หน้าจอให้เรียบร้อย เครื่องเหมือนจะมีปัญหา ทีมงานมาดูตอนนั้นเลย เหมือนเขาบอกว่ามีคนเข้า เขาเลยเปลี่ยนรหัสผ่านเลย”
ส่วนเหตุผลที่ “ก้อง ร่างทรง” ทำไปทั้งหมดเป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจาก “โตเกียวเกิร์ล” มาโดยตลอด “ผมอยู่กับพี่เขามานานแล้วย้ายมาอยู่คนเดียว ผมก็รับเล่นปั๊มแรงค์ (ทำอันดับในเกม ROV) อะไรแบบนี้ครับ พี่เขาเป็นคนให้งานมาเป็นเจ้าของเพจ พอผมมีเรื่องกับที่บ้านก็ต้องย้ายมาอยู่คนเดียวและต้องใช้เงิน ซึ่งเขาคอยดูแลอยู่ห่างๆ ตอนผมย้ายห้อง พี่เขาก็พาไปซื้อของเข้าห้อง แล้วก็เรื่องค่าห้อง ถ้าผมไม่มีจริงๆ เขาก็คอยช่วยค่ากินอะไรแบบนี้ แล้วพอเงินเก็บผมตอนนั้นเริ่มหมด พี่เขาก็มาเริ่มทำ Tiktok ซึ่งก็มาจากที่ผมเล่นให้เขา เขาทำโปรไฟล์ก็ช่วยเหลือผม ทำให้ผมเล่นให้เขามาตลอด”
ก่อนเจ้าตัวจะปิดท้ายด้วยคำขอโทษถึงสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย และสังคม “ผมอยากจะขอโทษทางสมาคมฯ ผู้จัดการแข่งขัน และสังคม ให้อภัยผมด้วยครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว”



