จากกรณีที่ “เดลินิวส์” ได้รับภาพและคลิปที่มีชายฉกรรจ์ประมาณ 30 คน พร้อมเครื่องจักร ไปรวมตัวกันและเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านพักหรู อาคารร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ บริเวณโดยรอบบึงหรือลำห้วยสาธารณะประโยชน์ (พรุมัด) หมู่ 3 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กันอย่างมีพิรุธ ว่าเร่งรีบในการรื้อถอนทำไม ซึ่งมูลค่าสิ่งที่รื้อถอนทั้งหมดประมาณ 10-20 ล้านบาท และจากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากกรณีที่ชาวบ้านจิตอาสาในพื้นที่รวมตัวกันร้องเรียนสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 ให้ตรวจสอบ ซึ่งนายทุนเกรงกลัวความผิดจึงว่าจ่างบริษัทรับเหมาเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาคารฯ เพื่อปิดบังซ่อนเร้น ทำลายหลักฐาน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
พบพิรุธ! ป.ป.ช.ภาค 8 ยังไม่ทันลงตรวจสอบ นายทุนรุกป่าฯ จ้างคนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรูเกลี้ยง
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ผู้ถูกร้องเรียน ได้เปิดเผยกับทาง “เดลินิวส์” ถึงกรณีดังกล่าวว่า ตามที่มีการร้องเรียนเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน และมีการให้กลุ่มบุคคลเข้าไปทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างนั้น ไม่ใช่ว่ามีการร้องเรียนไปถึง ป.ป.ช.ภาค 8 เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 69 แล้วจะมีการเข้าไปรื้อถอน แต่ความจริงแล้วได้มีการรื้อถอนไปก่อนหน้าแล้ว เป็นบ้านที่สร้างมา 5-6 ปี และร้านอาหารเก่า หลังจากมีการตรวจสอบพื้นที่ปลูกสร้างเบื้องต้นแล้ว
ผู้ถูกร้องเรียนชี้แจงเพิ่มเติมว่า พื้นที่ที่ครอบครองไม่ได้เป็นป่าสงวนทั้งหมด แต่เป็นพื้นที่ป่าพรุ และที่ดินได้ซื้อต่อจากชาวบ้านในพื้นที่มาหลายสิบปี มีเอกสารสิทธิ์และโฉนดสามารถตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่า ยินดีให้หน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่ามีจุดใดทับซ้อนกับเขตป่าสงวน ก็พร้อมดำเนินการรื้อถอนทันที
ผู้ถูกร้องเรียนยังกล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์จากผู้ร้องเรียนว่า บางส่วนเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง อยากให้มีการตรวจสอบร่วมกันอย่างโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่จริง หรือการตรวจสอบเอกสารที่สำนักงานที่ดิน
ทั้งนี้ ได้ปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.



