“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า กระทรวงคมนาคม(คค.) ได้รับรายงานผลการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยโครงการก่อสร้างจากหน่วยงานในสังกัด ที่มีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) หรือ ITD เป็นผู้รับจ้าง รวม 10 โครงการ 14 สัญญา วงเงินรวม 113,126.18 ล้านบาท โดยสั่งให้หยุดงานและตรวจสอบความปลอดภัย หลังเกิดอุบัติเหตุเครนก่อสร้างมอเตอเวย์ถนนพระราม2และรถไฟไฮสปีดไทย-จีน ถล่ม มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

พบว่ามี 8 โครงการ(รวม 10 สัญญา) ที่ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างละเอียด พร้อมทั้งประชุมทบทวนขั้นตอนปฏิบัติงาน พบว่า บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยครบถ้วน ขณะที่อุปกรณ์ และเครื่องจักรที่ใช้ดำเนินการ มีความสมบูรณ์ และได้มาตรฐาน จึงให้บริษัท อิตาเลียนไทยฯ เข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ตามปกติ แล้ว โดยเน้นย้ำให้เพิ่มความระมัดระวัง และความรอบคอบในการปฏิบัติงานให้มากขึ้น คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่
1.โครงการทางพิเศษ(ด่วน) ฉลองรัช ส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ – ลำลูกกา
2.โครงการก่อสร้างทางด่วน สายพระราม 3 -ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร สัญญาที่ 3 ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)
3.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง(ใต้) ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) 3 สัญญา สัญญาที่ 3, 5 และ 6 ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)
6.งานจ้างก่อสร้างเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะบริเวณชายหาดชะอ่า จ.เพชรบุรี ระยะ 1 ตอน 1 ของกรมเจ้าท่า(จท.)
7. โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) ไทย-จีน สัญญา 3-1 ช่วง แก่งคอย – กลางดง และปางอโศก – บันไดม้า
8 สัญญา 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย
9.โครงการรถไฟทางสายใหม่ สายเด่นชัย – เชียงของ สัญญา 1 ช่วงเด่นชัย – งาว ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)
10.งานจ้างก่อสร้างงามปรับปรุง Runway Strip, Runway End Safety Area (RESA) และ ทางขับขนานสนามบินสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.

อีก 2 โครงการยังไม่มีกำหนดให้บริษัท อิตาเลียนไทยฯ เข้าพื้นที่ก่อสร้างต่อ
1. โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 บนถนนพระราม 2 ตอน 7 ของกรมทางหลวง(ทล.)
2. โครงการรถไฟไฮสปีด สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ของ รฟท.
ซึ่งเกิดอุบัติเหตุเครนถล่มจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ กระทรวงคมนาคม
คาดว่าจะได้ผลสรุปภายใน 45 วัน หรือภายในเดือน มี.ค.2569ซึ่งในช่วง 45 วัน จะประชุมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนฯ ทุก 2 สัปดาห์

สำหรับเรื่องการบอกเลิกสัญญาผู้รับจ้างใน 2 สัญญาเป็นอำนาจของหน่วยงาน ไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการชุดนี้ แต่สามารถนำผลการสอบสวนฯ ไปใช้ประกอบการบอกเลิกสัญญาได้
ส่วนอีก 2โครงการเป็นของ จท. ได้แก่ งานจ้างก่อสร้างปรับปรุงท่าเรือบ้านหน้าทอน อ. เกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานี และงานจ้างก่อสร้างปรับปรุงท่าเรือเกาะพีพี อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ 1 แห่ง ยังอยู่ระหว่างเตรียมลงนามสัญญาจ้าง ได้กำชับให้ จท. เน้นย้ำผู้รับจ้างให้คำนึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ก่อนก่อสร้างต่อไป




