เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “บัตร 3 ใบ การออกแบบรหัสความปลอดภัยต่างกัน บอกอะไรเราบ้าง บัตรชมพู เลือกพรรค ใช้ระบบบาร์โค้ด มือถือสแกน เจอตัวอักษรและเลข 8 ตัว ตรงกับต้นขั้วเป๊ะ มีความปลอดภัยต่ำสุด ใครๆก็ค้นหาได้ ถ้ามีเอกสาร 3 อย่าง คือ บัตร ต้นขั้ว และบัญชีผู้มีสิทธิ อยู่ในมือ
บัตรเขียว เลือกคน ใช้ระบบคิวอาร์โค้ด สแกนแล้วได้รหัส 5 ตัว ต้องหาวิธีถอดรหัส ใครมีวิธีถอดรหัส จะได้คำตอบอะไรบางอย่าง มีความปลอดภัยสูงกว่าบัตรชมพู แต่ถ้าใครมีวิธีการถอดรหัส หวานครับ บัตรเหลือง บัตรประชามติ ไม่มีทั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด จึงไม่สามารถย้อนกลับเพื่อตรวจสอบว่าใครลงประชามติอย่างไรได้
คำถาม คือ อุบัติเหตุหรือตั้งใจ เพราะการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนด spec. ทำโดยกกต. เป็นไปได้หรือที่หน่วยงานจัดการเลือกตั้งมืออาชีพจะชุ่ย กำหนด spec. การจัดทำบัตร 3 ประเภทในคราวเดียวให้ต่างกัน จนกลายเป็นประเด็นถึงเข้าขั้นให้ร้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ จึงเป็นไปได้ว่าเป็นความจงใจมากกว่าอุบัติเหตุ แต่ด้วยวัตถุประสงค์อะไร กกต. ไม่ต้องชี้แจงประชาชนแล้ว เพราะตอบอะไรก็ไม่ชัด นักข่าวถามก็มีโห่ ตอบไม่ได้ก็มองเพดาน แต่ให้เตรียมไปตอบในขั้นศาลครับ”



