เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 13 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานเร่งด่วนจากกองกำลังสุรนารีว่า เกิดเหตุทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงถล่มตามแนวพื้นที่โอร์เสม็ดและช่องจอม รวมทั้งสิ้น 11 นัด ในหลายจุดสำคัญ
รายงานระบุว่า เสียงปืนเริ่มดังขึ้นบริเวณเนิน 278 ทางทิศตะวันออกของช่องจอม ก่อนจะมีการยิงไล่แนวลงมายังพื้นที่ตลาดและถนนเข้าสู่โอร์เสม็ด โดยแต่ละจุดมีการยิงสลับไปมาจุดละ 1-2 นัด ท่ามกลางสภาพอากาศที่มืดครึ้มและมีฝนตั้งเค้า หน่วยความมั่นคงไทยประเมินเบื้องต้นว่าเป็นการ “ยิงเช็กแนว” เพื่อหยั่งเชิงกำลังฝั่งไทย ก่อนที่ฝนจะตกลงมาอย่างหนักจนเสียงปืนสงบลง
ทั้งนี้ เหตุการณ์ในช่วงเย็นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยตรวจพบความผิดปกติบริเวณแนวลวดหนาม เมื่อมีชายชาวตะวันตกไม่ทราบสัญชาติเดินเข้าใกล้เขตห้ามเข้าอย่างมีพิรุธ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารไทยต้องดำเนินการยิงเตือนไป 2 นัด ตามมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยและหลีกเลี่ยงเหตุบานปลาย
ล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของฝั่งกัมพูชาอย่างใกล้ชิด ยืนยันสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม แต่ยังกำชับให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างสูงสุด.



