เรียกได้ว่าวงการบันเทิงไทยปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ “ซีรีส์แนวตั้ง” (Vertical Short Drama) คอนเทนต์รูปแบบใหม่ส่งตรงจากประเทศจีน ได้รุกคืบเข้ามายึดครองหน้าจอมือถือของคนไทยอย่างรวดเร็ว ด้วยสถิติล่าสุดที่ระบุว่าไทยติด 1 ใน 10 อันดับแรกของโลก ที่มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันประเภทนี้สูงที่สุด สะท้อนพฤติกรรม “ดูไว จ่ายคล่อง” ของผู้ชมยุคใหม่

จากไวรัล TikTok สู่ธุรกิจพันล้าน
กระแสซีรีส์แนวตั้งเริ่มต้นจากการเป็นเพียงคลิปตัดสั้นๆ บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ก่อนจะวิวัฒนาการสู่แอปพลิเคชันสตรีมมิ่งเฉพาะทางที่สร้างรายได้มหาศาลผ่านระบบ “Micro-payment” โดยเน้นพล็อตเรื่องที่รวดเร็ว ฉับไว และเข้าถึงอารมณ์ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ไทยต้องเร่งปรับตัว
ต้นกำเนิดและความสำเร็จจากแดนมังกร
โมเดลธุรกิจนี้มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนในช่วงปี 2019-2020 โดยเกิดจากการผสานกันระหว่าง “นิยายออนไลน์” และ “พฤติกรรมการไถหน้าจอวิดีโอสั้น” บนแพลตฟอร์มอย่าง “Douyin” (TikTok จีน) ผู้ผลิตชาวจีน ได้คิดค้นสูตรสำเร็จในการเล่าเรื่องราวความยาวตอนละไม่เกิน 2 นาที แต่แฝงไปด้วยปมที่น่าติดตามและการหักมุมในทุกตอน

ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำและระยะเวลาการทำงานที่รวดเร็ว (บางเรื่องถ่ายทำเสร็จภายใน 7-10 วัน) ทำให้ซีรีส์แนวตั้งกลายเป็นเครื่องจักรผลิตเงินที่ทรงพลัง โดยในปี 2024 ตลาดซีรีส์สั้นในจีนมีมูลค่าสูงกว่า 5 หมื่นล้านหยวน หรือราว 2.25 แสนล้านบาท

การบุกตลาดไทย: ก้าวข้ามกำแพงภาษา
สำหรับประเทศไทย กระแสนี้เริ่มสุกงอมในช่วง ปลายปี 2023 ถึงต้นปี 2024 ผ่านการนำเข้ามาของแอปพลิเคชันชั้นนำอย่าง ReelShort, DramaBox และ ShortTV ซึ่งในช่วงแรกเป็นการนำซีรีส์จีนและซีรีส์ที่ใช้นักแสดงตะวันตกมาแปลซับไตเติลภาษาไทย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2025 ถึงปัจจุบัน ได้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อผู้ผลิตยักษ์ใหญ่จากจีนเริ่มหันมาจับมือกับพันธมิตรในไทย เพื่อผลิตคอนเทนต์ที่มี “รสชาติแบบท้องถิ่น” โดยมีการใช้นักแสดงไทยและถ่ายทำในสถานที่ท่องเที่ยวของไทย เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้ชมชาวไทยมากยิ่งขึ้น

ทำไมคนไทยถึงติดงอมแงม?
นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ซีรีส์แนวตั้งประสบความสำเร็จในไทย มาจากพฤติกรรม “Fragmented Viewing” หรือการใช้เวลาว่างช่วงสั้นๆ ในการพักผ่อน ประกอบกับพล็อตเรื่องที่เน้นความสะใจ และความรักที่เข้มข้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมในตลาดไทยอยู่แล้ว ประกอบกับการใช้งานที่สะดวกในรูปแบบแนวตั้ง (9:16) ทำให้ผู้ชมสามารถเสพคอนเทนต์ได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องหมุนหน้าจอ

การเข้ามาของซีรีส์แนวตั้ง ไม่เพียงแต่สร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้ชม แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน ในมิติใหม่ที่น่าจับตามองในอนาคต!.



