เมื่อวันที่ 18 ก.ค. พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6สั่งการให้ พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.ท.กิติคุณ รักแจ้ง พ.ต.ท.อัศนันท์ ธนเลิศภูวเวทย์ รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 พ.ต.ท.อลงกต ทับชม สว.กก.สืบสวน 2ฯ นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกจำนวน 2 ราย จากทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย MR. YU KANG อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ตัวการใหญ่ทำหน้าที่รับคำสั่งผ่านแอปพลิเคชัน Telegram เพื่อบริหารจัดการเงินสกุลดิจิทัล (USDT) และควบคุมบัญชีหลัก และ น.ส.ปภัสรา อายุ 22 ปี สัญชาติไทย ทำหน้าที่ใช้บัญชี Binance แลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลเป็นเงินบาทและโอนกระจายเงินตามคำสั่ง

สืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกถูกคนร้ายใช้บัญชี LINE แอบอ้างเป็นพนักงานธนาคารและตำรวจสืบสวนคดีพิเศษ สภ.เมืองน่าน ข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและบังคับให้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดมาตรวจสอบ โดยหลอกให้ผู้เสียหายถอนเงินสดจากสลากออมสินและหุ้นสหกรณ์นำมาส่งมอบให้คนร้ายที่เดินทางมารับถึงบ้านพักจำนวน 5 ครั้ง เป็นเงิน 15,510,000 บาท รวมทั้งหลอกให้โอนเงินค่าเอกสารและค่าเดินทางผ่านระบบธนาคารอีก 171,919 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 15,681,919 บาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดมิเนียมหรูย่านรัชดา-ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดกบดานและใช้ปฏิบัติงาน สามารถตรวจยึดของกลางรวม 22 รายการ อาทิ โทรศัพท์มือถือ 14 เครื่อง คอมพิวเตอร์แมคบุ๊ก บัตรกดเงินสด และสมุดบัญชีธนาคาร ในข้อหาเล็งเห็นเจตนาทุจริตร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและเร่งติดตามผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีต่อไป



