จากที่ก่อนหน้านี้ทำเอาแฟนคลับเป็นห่วงหนักถึงอาการป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งสาว “พลอย เฌอมาลย์” เองก็ได้ทำการรักษาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ล่าสุด ในพิธีส่งมอบเงินบริจาค “LBC – Health for Her x Chermarn สวยมีค่า ทำหน้าส่งพลังใจ” เพื่อสมทบทุนให้กับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ณ อาคารดำรงนิราดูร หลังเสร็จสิ้นพิธี พลอยได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงอาการป่วยมะเร็งที่ผ่านมา พร้อมประกาศความพร้อมในการกลับมารับงานแสดงแบบเต็มสูบ โดยเจ้าตัวเผยว่า

“ตอนนี้หายดีแล้วหลังจากที่ผ่าตัดมาแล้ว 2 รอบ ฉายแสง 25 ครั้งและทานยา แต่ยังต้องทานยาต่อเนื่องอีก 3 ปี ตรวจมาล่าสุดไม่มีอะไรแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังไปอีกเรื่อยๆ 3 ปีค่ะ พลอยเองก็ยังไม่ได้วางใจ พลอยไปตรวจทุกๆ 6 เดือน ทุกๆสเต็ปก็จะมีการลุ้นเหมือนเราลุ้นหวยว่าจะเจออะไรไหม จะมีอะไรหรือเปล่า แต่พอในแต่ละครั้งมันไม่มีอะไรเราก็โล่ง ถึงแม้ว่าจะโล่งก็จริงแต่เราก็ต้องดูแลตัวเองทานยาให้ครบพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดมาก ใช้ชีวิตให้มีความสุขเพราะมะเร็งกลัวความสุขมากๆและความเครียดก็มีผลกระทบต่อร่างกาย เราก็ยังคงต้องเฝ้าระวังและหมั่นตรวจสุขภาพในทุกๆปี หลายคนอาจจะกลัวว่ามันเจ็บแต่จริงๆแล้วไม่เจ็บไม่ต้องเขิน เจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นมืออาชีพมาก”

“พลอยได้ทำการสแกนทั้งร่างกายมาเมื่อปีที่แล้ว ตรวจพบว่าไม่มีเชื้อมะเร็งก็ถือว่าดีใจเป็นข่าวดี ถามว่าหายร้อยเปอร์เซ็นต์เลยไหม ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังเพราะปกตอมันจะมาทั้งสองข้าง แต่ของพลอยมาข้างเดียว หมอก็บอกว่ายังต้องคอยเฝ้าระวังชะล่าใจไม่ได้ต้องตรวจสุขภาพบ่อยๆ และตอนนั้นพลอยก็สุขภาพจิตแย่ด้วยความที่เราเครียดอะไรหลายๆอย่างและด้วยคำว่ามะเร็งพอเราเป็นแล้วเรารู้สึกกังวลและกลัว เพราะเราก็ไม่คิดว่าเราดูแลสุขภาพออกกำลังกายและกินอาหารที่ดี อยู่ดีๆวันนึงเป็นมะเร็งขึ้นมา แต่ของพลอยเป็นโดยกรรมพันธุ์ สืบมาแล้วว่าคุณย่าเป็นก็เลยส่งต่อมาที่พลอย”

พลอย เผยต่อว่า“ช่วงที่พลอยป่วยพลอยก็เก็บตัว พลอยไม่สบายก็ไม่อยากให้ใครรู้ จนเพื่อนๆรู้เขาก็บอกว่าไม่ได้ ห้ามทิ้งพลอย เรียกพลอยออกไปกินข้าวและดูแลพลอย ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ทุกคนเข้ามาปลอบมาช่วยและดูแล ยาใจสำคัญมากเพื่อนๆ ดูแลและคอยแนะนำอาหารเสริม ณ ตอนนั้นพลอยกลัวมาก  ครั้งแรกที่รู้ว่ามันมาที่หน้าอกด้านซ้าย ซึ่งก็ผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจหมอก็บอกว่าเรามีเชื้อสองสายพันธุ์เป็นแบบสเปเชียลเราก็ช็อคและหมอบอกว่าลามไปต่อมน้ำเหลืองทำให้พลอยกลัว ว่าพอไปต่อมน้ำเหลืองแล้วจะลามไปจุดอื่น คุณหมอเขาก็ไม่ทราบว่ามันจะลามไปจุดอื่นไหมจนกว่าเราจะผ่าตัด พลอยกลัวว่ามันจะลามไปอวัยวะอื่นแล้วมันจะเป็นระยะสุดท้าย เพราะเป็นระยะสุดท้ายแล้วพลอยก็กลัวตาย”

“แอบกลัวว่ามันจะกลับมาไหม พลอยก็ยังกลัวอยู่นิดหน่อยแต่ไม่ได้หวาดระแวงอะไรมาก แค่คิดว่าพลอยจะต้องมีความสุขแต่ยังต้องเฝ้าดูแลและไม่ประมาท ตอนนี้พลอยแข็งแรงแล้วน้ำหนักขึ้นมา 10 กิโลกรัม ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่แค่มะเร็งเต้านมแต่มะเร็งตรงจุดอื่น ก็ต้องระวังเรื่องอาหารการกิน แม้จะระวังอยู่แล้วก็ต้องระวังมากขึ้น รวมถึงการพักผ่อน ฟังแล้วมันเป็นเรื่องเบสิคแต่มันเป็นสิ่งที่เราต้องทำเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่กินแล้วดีต่อสุขภาพเพื่อให้มันเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย”

 พลอย เล่าต่อว่า“เอฟเฟกต์มะเร็งของพลอย จะเป็นผมหงอกแต่ไม่เป็นปัญหาเพราะย้อมได้ และมีเสียโฉมนิดหน่อย แต่เป็นที่ข้างในตอนที่ฉายแสงก็มีหน้าอกไหม้ไปข้างหนึ่ง มีคนมาขอคำแนะนำพลอยเยอะ พลอยก็บอกไปว่าไม่ต้องกลัวพลอยผ่านขั้นตอนมาทั้งหมดแล้ว จากประสบการณ์พลอยคือรู้เร็วรักษาเร็วและกำลังใจสำคัญมากๆเราต้องสู้ เพราะพูดตรงๆตอนนั้นพลอยเศร้ามาก คิดว่าทำไมชีวิตเราต้องเป็นแบบนี้ด้วย แต่จริงๆแล้วแค่อยากจะบอกทุกคนว่ากำลังใจสำคัญมากจริงๆจากตัวเราเอง เราก็ต้องมีกำลังใจที่จะสู้ รวมถึงกำลังใจจากคนรอบข้างด้วย

“หลังจากที่พลอยหายมาก็รู้สึกว่าโชคดี จากเมื่อก่อนที่เวลาเราเครียดหรือเหนื่อยเราจะบ่นว่าเราอยากตายแต่พอถึงเวลาจวนตัวจริงๆเรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยากตาย เราอยากมีชีวิตอยู่ต่อ รู้สึกว่าชีวิตมีค่าและสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด มันทำให้พลอยได้กลับมามีโอกาสมีชีวิตที่แข็งแรงอีกครั้ง พลอยก็อยากจะรักรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด ดูแลร่างกายเราให้ดีที่สุด พลอยเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านไม่ว่าจะเป็นมะเร็งอะไรก็แล้วแต่ พลอยทราบว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย พลอยได้มีโอกาสพูดคุยกับหลายๆคนที่เป็นระยะที่4แต่ยังดูแข็งแรงมากเพราะว่าเขาสู้และมีกำลังใจที่ดีและมีความคิดบวก พลอยอยากให้ทุกคนสู้ไม่ยอมแพ้และมีกำลังใจจากทุกคนอีกเยอะคุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้” 

สำหรับเรื่องของงานในวงการ พลอย เฌอมาลย์ เผยว่า “ก็รออยู่เมื่อไหร่จะมีคนติดต่อมา พลอยพร้อมตั้งนานแล้ว มีติดต่อมารับไปแล้ว 2 เรื่องซึ่งเปิดกล้องสิ้นปีระหว่างนี้เราว่างมาก ติดต่อมาได้เลยค่ะ เรื่องที่รับไปไม่ได้แสดงเต็มตัวเป็นรับเชิญ จริงๆตอนนี้พลอยอยากทำงานแต่อาจจะเป็นเพราะว่าเราอายุมากขึ้นบทบาทมันก็จะถูกลดลง เปลี่ยนไปตามเจนเนอเรชั่น เราก็ยังเฝ้ารอเราโอกาสอยู่ อยากกลับมาแสดงจริงๆค่ะ ถามว่าต้องเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สมการรอคอยไหมสำหรับการกลับมาของพลอย เฌอมาลย์ ขอรับเป็นบทตลกดาร์ก ได้ไหมจริงๆเรื่องที่รับพลอยไม่ได้เกี่ยงเรื่องบทแต่ยังไงมันก็ต้องดูด้วยนิดหนึ่งตามความเหมาะสมกับตัวเราด้วยและเหมาะสมกับทุกๆอย่างเพราะถ้าบางอย่างมันเป็นเรื่องที่มองแล้วมันไม่ได้เลยเราก็จะไม่รับ ตอนนี้พลอยค่อนข้างเปิดรับทุกบท ไม่ได้เรื่องมากแต่ถ้ามันเป็นบทที่เกี่ยวกับ การเมือง ศาสนา เราก็ขออนุญาตไม่เล่นเพราะบางอย่างมันเซนซิทีฟ ไม่ได้มีข้อจำกัดอะไรมาก แต่ขออย่างเดียวก็คือขอเลิกกองไม่ดึก สามทุ่มขอกลับบ้านเพราะบางกองถ้าเราไม่ขอกลับเร็วเขาก็จะให้กลับห้าทุ่ม พลอยก็อยากจะขอเป็นสามทุ่มกลับบ้านเพราะเราต้องดูแลเรื่องของการนอน ต้องนอนก่อนเที่ยงคืน ตอนนี้ร่างกายทุกอย่างปรับบาลานซ์หมดแล้ว ปรับสไตล์การใช้ชีวิตนอนก่อนเที่ยงคืนเล่นโซเชียลมีเดียน้อยลง ตื่นมาตอนเช้าพลอยก็จะลุกขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น จะมีการหนังสือก่อนที่จะจับมือถือและไปออกกำลังกายเยอะมาก”

“ถามว่าอยากเล่นยูริไหม เราจะเล่นกับใครดี(ยิ้ม) ตอนนี้สายวายที่รับไว้เป็นซีรีส์วายแต่เราไม่ได้เป็นคู่กับใคร เราเข้าไปเป็นคุณแม่ เป็นคุณแม่สายเลิศ ชีเสิร์ฟ ชีเหวี่ยง ชีปรี๊ด เป็นBipolar ด้วยมีเป็นความหลากหลาย เป็นบทที่ค่อนข้างน่าสนใจพูดง่ายๆคือเป็นโรคจิตมีหลากหลายคาแรกเตอร์ ก็ถือว่าเป็นบทที่ค่อนข้างโตขึ้น ก่อนหน้านี้พลอยได้รับบทเล่นเป็นคนมีลูกนานเป็นเบบี๋ ซึ่งวัยพลอยถ้ามีลูกเร็วลูกก็น่าจะโตแล้ว พลอยก็เปิดใจมากขึ้นเพราะเป็นซีรีส์วายด้วย อีกทั้งโปรเจคเขาก็น่าสนใจ พลอยก็รู้สึกว่าไม่อยากพลาดโอกาสนี้ไป สำหรับบทแม่พลอยก็ไม่ได้ติดเพราะเราเป็นนักแสดง ชีวิตจริงไม่ได้เป็นแม่สักหน่อย มันเป็นงาน เป็นงานเป็นอาชีพพลอยไม่ได้ติดอะไรและไม่ได้รู้สึกแย่อะไรด้วย”

ขอบคุณภาพจาก:chermarn