เมื่อวันที่ 17 ก.พ. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่สำรวจโครงการปรับปรุงสะพานเขียว เส้นทางเชื่อมต่อสวนลุมพินี–สวนเบญจกิติ ระยะทางกว่า 1.6 กม. ภายใต้แนวคิด ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต โดยมีคณะผู้บริหารกทม. ผู้บริหารสำนักงานโยธา ผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม และ ผู้บริหารจากศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง หรือ UddC (Urban Design and Development Center) ร่วมให้ข้อมูล
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จุดประสงค์หลักของสะพานเขียว คือการเชื่อมต่อการเดินทาง ระหว่าง 2 สวนใหญ่คือสวนลุมพินี–สวนเบญจกิติ และการเชื่อมต่อไปยังขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า BTS เป็นต้น รวมทั้งคำนึงถึงคนที่นั่งวีลแชร์ ปั่นจักรยานก็จะเดินทางได้สะดวกเช่นกัน จึงปรับปรุงให้มี Ramp เชื่อมต่อหลายจุด เพื่อให้โครงข่ายทางเท้าและทางจักรยานในย่านธุรกิจ (CBD) มีความต่อเนื่อง ลดการพึ่งพารถยนต์ และสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามการพัฒนานี้ไม่ได้ทำให้แค่การเดินทางสะดวกมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้คนมาออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่งหรือปั่นจักรยาน จึงดำเนินการปรับภูมิทัศน์ด้วยการปลูกต้นไม้ตลอดเส้นทางเพื่อให้ความรู้สึกอยากออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มว่า ส่วนสะพานเขียวตอนนี้พร้อมเปิดให้ใช้บริการแล้วโดยดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดินและทางจักรยาน แก้ปัญหาโครงสร้างทรุดโทรม จุดอับสายตาและแสงสว่างไม่เพียงพอ พร้อมการออกแบบตามแนวคิด Universal Design ทำให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โดยพื้นผิวของสะพานมีความหลากหลายของสีมากขึ้น ทำให้คนที่มาออกกำลังกายเดินหรือวิ่ง รู้ถึงระยะทางและยังเป็นเรื่องของจิตวิทยาด้วย อีกทั้งยังเป็นข้อดีในการระบุตัวตนได้ว่าอยู่ตรงไหนหากเกิดเหตุอันตราย นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อความปลอดภัยต่อคนที่มาใช้บริการ เนื่องจากสะพานเขียวเปิดให้ใช้บริการตลอดเวลา

สำหรับจุดที่ยังไม่แล้วเสร็จหรือต้องต่อเติมก็ยังคงมี อาทิ สถานที่นั่งพักหรือการตกแต่งเพื่อความสวยงาม ส่วนทางเข้าทางเชื่อมในบางจุดจะพยายามให้แล้วเสร็จในช่วงสงกรานต์ ไฟแสงสว่าง ต้นไม้ น้ำพุ คาดว่าจะเสร็จในเดือน พ.ค. นี้ ทั้งนี้ ในอนาคตข้างหน้าคาดหวังให้เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เนื่องจากเขตปทุมวันมีพื้นที่สีเขียวมากกว่าค่าเฉลี่ยของกทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กทม.เดินหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สะพานเขียว ในครั้งนี้ถือเป็นการชุบชีวิตโครงสร้างเดิมที่มีอายุกว่า 20 ปี ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่ทันสมัยและปลอดภัย โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ “ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” ครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. มิติภูมิทัศน์และการเชื่อมต่อ (Green Connectivity & Urban Integration) 2. มิติการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design & Inclusion) 3. มิติพื้นที่กิจกรรม (Sport & Social Space) 4. มิติการฟื้นฟูชุมชน (Community Regeneration) 5. มิติความปลอดภัยและแสงสว่างอัจฉริยะ (Safety & Smart Lighting).













