เมื่อวันที่ 17 ก.พ. พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัด กทม. เปิดกิจกรรมสนับสนุนสถานศึกษาเพื่อพัฒนาสู่ต้นแบบ 7 มาตรการสถานศึกษาปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยมี รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี นางสุวิมล จันทร์เปรมปรุง ประธานบริหารเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ นายไพฑูรย์ งามมุข รอง ผอ.สำนักอนามัย กทม. ทีมวิทยากร ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรม ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
รองปลัด กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนผู้สูบที่เป็นเยาวชนในกรุงเทพฯมีมากกว่าล้านคน กทม. ให้ความสำคัญกับการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยเฉพาะการป้องกันกันนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นเด็กและเยาวชน คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบกรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธาน กำหนดให้มีแผนปฏิบัติการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบกรุงเทพมหานครปี 2566-2570 โดยบรรจุกิจกรรมการดำเนินงาน 7 มาตรการ การดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ไว้ในแผนดังกล่าว เพื่อลดปัญหาการสูบบุหรี่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
“ผลอย่างเป็นรูปธรรม คือ การป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะที่เป็นเด็กและเยาวชน ส่งเสริมให้ผู้สูบบุหรี่ ‘เลิกสูบบุหรี่’ และการจัดสภาพแวดล้อมในสถานที่สาธารณะให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ด้วย ซึ่งการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ที่จะช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ในอนาคต” รองปลัด กทม. กล่าว
สำหรับการดำเนินงาน 7 มาตรการ ประกอบด้วย 1. กำหนดนโยบายโรงเรียนปลอดบุหรี่ 2. การบริหารจัดการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ 3. จัดสภาพแวดล้อมตามกฎหมายโรงเรียนปลอดบุหรี่ 4. สอดแทรกเรื่องบุหรี่ในการจัดการเรียนรู้ 5. นักเรียนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ 6. ดูแลช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้สูบบุหรี่ และ 7. มีกิจกรรมร่วมระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะเสริมสร้างความแข้มแข็งให้การป้องกันการสูบบุหรี่ของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ในปี 2568 มีสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ผ่านการประเมินเป็นศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าต้นแบบ จำนวน 1 แห่ง ศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนปลอดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 8 แห่ง และโรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 19 แห่ง
โดยปีงบประมาณ 2569 ดำเนินการในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาสังกัด กทม. จำนวน 109 โรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 และ เขต 2 จำนวน 119 โรงเรียน รวมจำนวนทั้งสิ้น 228 โรงเรียน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา และครูที่รับผิดชอบงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่โรงเรียนละ 2 คน ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและประสบการณ์จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และเครือข่ายครูเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน
จากข้อมูลของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าสู่วงจรการสูบบุหรี่สูงถึง 400,000 คน ซึ่งใน 10 คน ที่สูบบุหรี่ 7 คน จะเลิกไม่ได้ตลอดชีวิต และ 3 คน จะติดการสูบบุหรี่เฉลี่ย 60 ปีถึงจะเลิกได้
และจากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2567 พบว่าทั่วประเทศมีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ 9.8 ล้านคน สำหรับ กทม. มีผู้สูบบุหรี่ประมาณ 1.1 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้สูบประจำทั้งสิ้น โดยอายุส่วนใหญ่ที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรก 15-19 ปี และมีค่าอายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบครั้งแรกอยู่ที่ 18.7 ปี อีกทั้งผลการสำรวจของสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยพบว่า เด็กและเยาวชนระดับมัธยมศึกษา ใช้เงินซื้อบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึงปีละกว่า 26,000 บาท แสดงให้เห็นว่าเด็กและเยาวชนยังสามารถเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย
พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีเจตนารมณ์ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ โดยกำหนดไม่ให้ขายบุหรี่แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ห้ามมีให้บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบ และห้ามแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน เพื่อป้องกันการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบของเด็กและเยาวชน กำหนดให้สถานศึกษาระดับต่ำกว่าระดับอุดมศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด รวมทั้งบริเวณรัศมี 5 เมตรจากทางเข้า-ออก ทุกช่องทางให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ และต้องปิดประกาศเขตปลอดบุหรี่ที่ทางเข้า-ออกของสถานที่ และอาคาร เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย.



