หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าบนใบสลากกินแบ่งรัฐบาล มีสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เราเรียกว่า “2D บาร์โค้ด“ ปรากฏอยู่ เคยสงสัยไหมว่า เจ้าบาร์โค้ดนี้มีที่มาอย่างไร และสำคัญแค่ไหนต่อผู้ซื้อ
ที่มาและการเปลี่ยนแปลงของบาร์โค้ดบนสลาก
จากข้อมูลรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำปี 2564 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้มีการปรับปรุงขนาดของบาร์โค้ด 2 มิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานตั้งแต่วงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป:
- ขนาดเดิม: 6.7 x 6.7 มิลลิเมตร
- ขนาดใหม่: ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นเป็น 8.4 x 8.4 มิลลิเมตร เพื่อให้สแกนได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของ 2D บาร์โค้ด มีไว้ทำไม?
ประโยชน์หลักของบาร์โค้ดบนใบสลากคือ “การตรวจสอบความถูกต้อง“ เพื่อป้องกันความสับสนและลดปัญหาการปลอมแปลงสลาก ดังนี้:
- ใช้ตรวจสอบสลากปลอมเบื้องต้น: การสแกนบาร์โค้ดเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเช็กได้ว่าสลากในมือเป็นของจริงหรือไม่
- ความสะดวกรวดเร็ว: ช่วยให้ผู้ซื้อหรือผู้รับซื้อรางวัลสามารถเข้าถึงข้อมูลหมายเลขสลากได้อย่างรวดเร็วผ่านแอปพลิเคชันหรือเครื่องอ่านรหัส
- การระบุตัวตนสลาก: บาร์โค้ดแต่ละใบจะเชื่อมโยงกับรหัสชุดตัวเลขเฉพาะ (เช่น รหัสที่ระบุว่า 64-37-17-123456-XXXX) ซึ่งช่วยในการติดตามข้อมูลสลากแต่ละเล่มและแต่ละชุดได้อย่างเป็นระบบ
ข้อแนะนำ: สแกนแล้วอย่าเพิ่งวางใจ ต้องตรวจให้ครบสูตร!
แม้ว่าการสแกน 2D บาร์โค้ดจะสะดวกสบาย แต่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลย้ำว่า “เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการตรวจสอบเท่านั้น“ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดควรทำดังนี้:
- ตรวจสอบหลายวิธี: ต้องตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของสลากตามวิธีที่สำนักงานสลากฯ แนะนำอย่างครบถ้วน (เช่น เนื้อกระดาษ ลายน้ำ และการพิมพ์)
- ตรวจสอบ ณ จุดขาย: ควรเช็กความเรียบร้อยของสลากอย่างละเอียดก่อนจ่ายเงินซื้อ
- สำหรับผู้รับซื้อรางวัล: หากมีผู้นำสลากมาขึ้นเงิน ต้องตรวจสอบบัตรประชาชน ถ่ายรูป/สำเนาบัตรไว้ และบันทึกเบอร์โทรศัพท์ลงหลังสลาก พร้อมให้ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อเป็นหลักฐานทุกครั้ง



